มนต์นัทธ์ | แหล่งสนทนา | ผลงานพ่อครู | เกี่ยวกับมนต์นัทธ์ | แผนผังเว็บไซต์


ตุลาคม 20, 2018, 10:23:51 *

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
   หัวข้อสนทนารวม   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
ข่าว:
กรุณาอ่านกระทู้นี้ก่อนมาเรือนพระภรตมุนี  :
 อย่าหวังอะไรกับการเยี่ยมเยือนเรือนพระภรตมุนี


กระทู้แนะนำ  : สงสัยหรือริษยาไม่ทราบ

 
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: ตุลาคม 19, 2018, 23:28:24 
เริ่มโดย siriphong - กระทู้ล่าสุด โดย siriphong




     วันศุกร์ที่ ๑๙ วันประกาศชัยขององค์มหาศักติ พ่อหมอวีธีร อาจารย์ถังทองลำพองทรัพย์ ตั้งพิธีกรรมบวงสรวงขอเมตตาบารมีองค์พระอิศวรมหากาลไภรวะ ( พระพิราพ ) องค์พระศรีมหากาลี ประทานพรให้ผู้ครอบครองล๊อกเก็ตหัวโขนองค์พระอิศวรมหากาลไภรวะ ล๊อกเก็ตพระศรีมหากาลี พบสรรพสิ่งมิ่งมงคลเพิ่มพูนลาภผลความสุขสำเร็จ

วันไหว้ครูจะนำล๊อกเก็ตมหาเทพทั้งสองเข้าพิธีสมโภชอีกครั้งเพื่อเพิ่มฤทธิ์บารมี

ศิริพงศ์  ครุพันธ์กิจ

 2 
 เมื่อ: ตุลาคม 19, 2018, 20:37:05 
เริ่มโดย siriphong - กระทู้ล่าสุด โดย siriphong

     " มหากาลีสถิตในสตรีทุกฅน " เทพประจำบ้านประจำตัวบูชาให้ดีไม่ต้องวิ่งขอพรตามฟุตปาดบาทวิถี

     ประเพณีแห่เทพผู้ทรงฤทธิ์ในอดีต เมื่อขบวนแห่ผ่านบ้านผู้ใด เจ้าของบ้านจะจัดโต๊ะตั้งไหว้รับพร เพราะขบวนแห่องค์ท่านผ่านมาที่หน้าบ้านตน ถือเป็นมงคลกับบ้านและผู้อยู่อาศัย

     อดีตเมื่อพ่อยังวัยรุ่นนิยมร่วมงานที่ถนนสีลมมาก ชนิดที่เรียกว่าเฝ้าตั้งแต่เช้ากระทั่งเกือบรุ่งเช้าของอีกวัน ไม่จบขั้นตอนการแห่ไม่กลับ

     มาเมื่อเปิดเรือนพระภรตมุนีให้บุคคลทั่วไปได้ร่วมไหว้พระสวดมนต์เจริญสมาธิจิต ลูกๆเสนอความคิดให้พ่อนำรูปเคารพสัญลักษณ์แทนครูที่สร้างไว้ให้มวลชนได้กราบไหว้ขอพร โดยให้ความเห็นว่าที่ถนนสีลมเหมาะที่สุดในเทศกาลแห่ประจำปี ทั้งไม่ต้องลงทุนมาก

     พ่อมอบหมายให้พ่อหมอวีธีร อาจารย์ถังทองลำพองทรัพย์พาพี่น้องร่วมเรือนฯนำรูปเคารพสัญลักษณ์แทนครู ไปตั้งให้ผู้ตนกราบไหว้ขอพรเจ็ดปีติดต่อกัน ได้ผลสมความตั้งใจ

     ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ พ่อเลิกรบกวนลูกๆเพราะเห็นความเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าแม้ทุกฅนจะน้อมกายใจพร้อมทำเพื่อสิ่งที่ตนเคารพศรัทธาเชื่อถือ

     พ่อจัดตั้งม้าหมู่บูชาที่อาคารประดิษฐานรูปเคารพในเทศกาลพิเศษวันวิชัยทัสมิ มีองค์พระอิศวรมหากาลไภรวะ ( พระพิราพ ) องค์พระศรีมหาอุมาเทวีทรงเครื่องอย่างละครไทย องค์พระศรีมหาคเณศวร์ เป็นประธาน ปีนี้มีความเป็นมงคลเพิ่มเพราะมีหัวโขนพระศรีมหากาลี  นับได้ว่าพร้อมสรรพเรื่ององค์มหาศักติ

     เทพประจำบ้าน เทพประจำตัวบูชาให้ดีพลีให้ถึง ความอุดมมงคลสมบูรณ์เพิ่มพูนผลย่อมบังเกิดอย่างไม่ขาดสาย บูชาเทวรูปในบ้านให้ศักดิ์สิทธิ์เป็นสิ่งประเสริฐ องุ่นไม่เปรี้ยวมะนาวไม่หวาน พ่อเริ่มละทีละเรื่องในสิ่งที่พ่อไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง
    พระอรหันต์ที่บ้านคุณอยู่ดีมีสุขบริบูรณ์พร้อมแล้วหรือยัง

ศิริพงศ์  ครุพันธ์กิจ

 3 
 เมื่อ: ตุลาคม 19, 2018, 08:37:32 
เริ่มโดย siriphong - กระทู้ล่าสุด โดย siriphong

     ขอบารมีองค์พระศรีมหาอุมาเทวี เทพมารดาผู้ก่อกำเนิดเกิดสรรพสิ่งมิ่งมงคล โปรดเมตตาประทานความอุดมสมบูรณ์เพิ่มพูนลาภผลความสุขสมปรารถนากับทุกท่าน ทุกร่างสายญาณบารมี สาธุ

                             มนต์นัทธ์

 4 
 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2018, 18:41:45 
เริ่มโดย siriphong - กระทู้ล่าสุด โดย siriphong

          วันพฤหัสบดีพิเศษวันนี้ มงคลพิเศษทำพิธีลงอักขรเลขยันต์บนแผ่นทองแดงเพื่อม้วนตะกรุดนำเข้าร่วมพิธีไหว้ครูสมโภช " หนุมานครองเมือง " ที่พระอุโบสถบวรสถานสุทธาวาส ( วัดพระแก้ววังหน้า ) ภายในพระราชวังบวรสถานมงคล ดอกใหญ่เพื่อสอดไส้ในไม้ครู จำนวน ๑๒ ดอก ดอกเล็กสำหรับห้อยพกพาบูชาติดตัว จำนวน ๒๔ ดอก

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

 5 
 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2018, 16:56:22 
เริ่มโดย siriphong - กระทู้ล่าสุด โดย siriphong
<a href="https://www.youtube.com/v/gIyPycAt2Bg" target="_blank">https://www.youtube.com/v/gIyPycAt2Bg</a>




 6 
 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2018, 08:51:59 
เริ่มโดย siriphong - กระทู้ล่าสุด โดย aut2536
กราบนมัสการพ่อครู


       ถ้าเปรียบเหมือนทำข้อสอบก็รู้ไม่ละเอียดยังไม่ถึงเเก่นเเห่งความรู้เบื้องต้น
ที่ควรจะทราบ ช่วงเเรกที่กระผมได้รู้จักองค์พระพิราพ ผมก็คิดว่าเป็นพระพิราพเป็นใคร
ก็ศึกษาในอินเทอร์เน็ต ข้อมูลก็มีไม่มากนัก เพราะไม่ค่อยมีคนรู้จักจนเจอพ่อหมอวีธีร
จนรู้ว่าผู้เผยเเพร่คือใคร ช่วงเเรกก็ไม่มีสตังค์ก็ใช่เเค่นึกภาพ ขอบารมีพ่อเเม่ครูอาจารย์
ขอบารมีองค์พระพิราพ วันนั้นเข้าเวรเเล้วฝนตกอากาศหนาวมากๆครับ ผมเลยจะเอา
ผ้าห่มมาห่ม อะไรดลใจไม่ทราบ ผมจับผ้าห่มที่พับไว้ยกขึ้นศรีษะ ปรากฎว่างูตกลงพื้น
ผมก็ตกใจรีบเดินหนีงูก็เลื้อยหนี ผมก็คิดในใจเอาเเล้วงานเข้าเเล้วดีงูไม่ฉก ผมเลยคิดว่า
ถ้าผมไม่ขอบารมีองค์พระพิราพตอนนั้นคงโดนกัดเเล้วครับ นับจากนั้นพอมีทุนทรัพย์ก็บูชา
จากพ่อหมอ เเต่ผมไม่ซื้อเยอะครับเเค่มีองค์เดียวก็พอเเล้ว ผมยึดคำสอนของพ่อครู
 ทุกอย่าง สำคัญที่ใจ


       

 7 
 เมื่อ: ตุลาคม 17, 2018, 23:31:44 
เริ่มโดย siriphong - กระทู้ล่าสุด โดย siriphong


ฟังมาซิฟัง ฟังเรื่องรักเอย ใครแม้นเคยมีต้องฟัง
แม้จะช้ำตรม หรือขื่นขมบ้าง แต่ว่าเราควรจำฝังใจ
มีความรักลวง มีความรักจริง มีแม้นใครที่ลวงหลอกเรา
ถึงจะช้ำตรม จงเก็บรักเอา เก็บเอาไปเป็นครูสอนตน

 ใครมีคนรักจริง ก็อวยพรจงให้สมใจ แต่ถ้าใครมีรักลวง อย่าตรม
รักมีพ่าย รักมีให้ รักมิได้ให้ใครสุขสม อย่าตรอมตรม ขอจงมั่นใจ

 จงโปรดเหลียวมอง มองคนข้างเคียง เธอนั้นคงเป็นเช่นเรา
โดนใครเขาทำ ใจให้หมองเศร้า มาเถิดมาเถิดเรารักกัน

           จำเนื้อร้องบทเพลง " ฅนข้างเคียง " กันได้ไหมท่านผู้อ่าน เป็นเพลงดังในอดีตปี ๒๕๒๗ ของฟรุตตี้ พ่อนำเพลงนี้ขึ้นกระทู้เพราะบทเพลงนี้เป็นบทเพลงปลอบขวัญที่ไพเราะทั้งทำนอง เนื้อหากินใจสำหรับผู้ตกอยู่ในอารมย์ของปัญหาที่ตั้งขึ้นในกระทู้คุณคิดอย่างไร ๑. เธอ ฉันหมดรักเธอแล้ว ๒. เธอ รู้สึกว่าเราไม่มีความสุขเมื่ออยู่ด้วยกัน ๓. เธอ ตอนนี้ฉันมีฅนอื่นเพิ่มในใจนะ

           เรื่องการหมดรัก หมดความสุข มองผู้ที่คิดว่าใช่จึงนำเขามาเพิ่มเติมไว้ในใจนั้นจะเกิดขึ้นได้เพราะเหตุเดียว คือ ความพร่องไม่สมหวังกับผู้ที่เลือกดำเนินชีวิตไปด้วยกันฉันสามีภรรยาที่ไม่สมหวังดังคิด " เลือกแล้วว่าใช่ทำไมนานไปจึงผิดหวัง "

           มโนคิดไปเองว่าผู้ที่เลือกสามารถเติมความสุขให้ได้ครบตามต้องการ ศึกษาดูความประพฤติของกันและกันน้อยไป เรื่องนี้โทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ ไม่มีใครผิดไม่มีใครถูก

          อดีตรุ่นพ่อรุ่นแม่แสดงอาการรับไม่ได้แถมต่อต้านที่ชาวตะวันตกทดลองใช้ชีวิตร่วมกันก่อนระยะหนึ่งจึงตัดสินใจประกาศให้สังคมรับรู้ด้วยจัดงานวิวาห์ ปัจจุบันเป็นเรื่องของฅนแค่สองฅนผู้อื่นไม่เกี่ยว วัฒนธรรมที่ฅนรุ่นเก่ารับไม่ได้ ผู้ก้าวล้ำนำสมัยนิยมกระทำเพราะชีวิตเป็นของเขา เขามีสิทธิ์เลือกเมื่อไม่ผ่านบททดสอบก็จากกันด้วยดียังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อไปเปลี่ยนแปลงแค่ฐานะการเป็นคู่หมายเท่านั้น

          ชีวิตเป็นของคุณจงเลือกมีความสุขกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตักตวงให้มากที่สุดชีวิตในชาตินี้สั้นนิดเดียว " ทุกสิ่งไม่ใช่ของเราจะต้องเศร้าไปทำไม พบกันเพื่อจากไปเสี้ยวหนึ่งในความทรงจำ จิตใจปุถุชนหมุนเวียนเปลี่ยนวกวน เกินขุดค้นความจริงใจ "

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

 8 
 เมื่อ: ตุลาคม 17, 2018, 10:01:19 
เริ่มโดย siriphong - กระทู้ล่าสุด โดย siriphong

     เห็นทรัพย์ผู้อื่นเป็นกรวดทราย เห็นหญิงอื่นเหมือนแม่ เห็นชีวิตผู้อื่น คือ ชีวิตเรา คิดได้ดั่งนี้สังคมเป็นสุข ไร้การเบียดเบียน

                         ศิริพงศ์  ครุพันธ์กิจ

 9 
 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2018, 21:52:54 
เริ่มโดย siriphong - กระทู้ล่าสุด โดย siriphong

     คุณคิดอย่างไรกับคำพูดที่จริงใจนี้
          ๑. เธอ ฉันหมดรักเธอแล้ว
          ๒. เธอ รู้สึกว่าเราไม่มีความสุขเมื่ออยู่ด้วยกัน
          ๓. เธอ ตอนนี้ฉันมีฅนอื่นเพิ่มในใจนะ

     ฅนในสังคมปัจจุบันมิใช่น้อยตกอยู่ในภาวะนี้ เรามาเปิดกว้างทางความคิดอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่คิดว่าความรู้สึกทั้งสามข้อเข้าข่ายของความผิดถูก มองอย่างใช้ปัญญา อย่านำอารมณ์ร่วมในการวิเคราะห์ มาร่วมกันค้นหาทางออกถ้าเหตุการณ์ทั้งสามเกิดขึ้นกับตัวคุณ จะตัดสินใจอย่างไร

     มนุษย์ธรรมดาๆต้องมีความรู้สึกดังกล่าวแว๊ปเข้ามาบ้างแหละในช่วงของการใช้ชีวิตคู่ แต่ใครจะกล้าแสดงความรู้สึกนั้นออกมาได้แค่ไหนเท่านั้น คิดโดยใช้ปัญญามีสติควบคุมกำกับให้รอบคอบแล้วร่วมกันเขียนตอบท้ายกระทู้นี้ อย่ามองว่าไร้สาระ เหตุการณ์เช่นที่ยกตัวอย่างไม่มีทางเกิดขึ้นกับตัวฉัน

     คำตอบที่คุณเขียนแสดงส่งต่อท้ายกระทู้นี้จะเป็นประโยชน์มหาศาล กับผู้ที่พบกับเหตุการณ์ทั้งสาม เตรียมใจไม่เพ่งโทษผู้อื่น ถามใจคุณแล้วจะทราบว่า คำพูดทั้งสามประโยคนี้คุณก็เคยต้องการจะเผยมันออกมา แต่ ใจมันตีบคอมันตัน ทำให้คุณต้องทนกระทั่งวันนี้

ศิริพงศ์  ครุพันธ์กิจ

 10 
 เมื่อ: ตุลาคม 15, 2018, 22:48:06 
เริ่มโดย siriphong - กระทู้ล่าสุด โดย siriphong



     ประมาณบ่ายสองโมงวันนี้ขณะพ่อกำลังสนทนากับพี่น้องนาฏศิลปที่มาเยี่ยม มีฅนไทยเชื้อสายจีนขึ้นมานั่งตีตะหมาดกลางเรือนสองฅน ส่งเสียงดังถามพ่อว่าจะมาบูชาพระพิราพ ฅนเลี่ยมพระที่บางใหญ่เขาแนะนำให้มา ผมรีบขับรถมาทันทีที่เขาบอก

     ที่วัดนี้มีพระพิราพให้บูชาไหม " ไม่มี "  อ้าวทำไมไม่มี " ไม่มีเพราะวัดนี้เขาไม่ได้สร้างพระพิราพ " แล้วที่นี่มีไหม " ไม่มี ต้องรอที่ลูกศิษย์เขาเหลือ ไปถามซื้อที่เขา " ที่ลูกศิษย์ปลุกเสกหรือเปล่า " เปล่าที่นี่ไม่เคยเสกเคยปลุก "

     ชายที่มาปาดเหงื่อ ผมมาด้วยความศรัทธานะ " แล้วไง " ชายสองฅนลุกขึ้นไปนั่งม้ายาวหน้าเรือนฯ  ที่เจ้าเวทนั่งอยู่ ถามเจ้าเวทว่าที่ห้อยอยู่ที่สร้อยคอปลุกเสกหรือเปล่า เจ้าเวทตอบว่า " สวย " เขาถามซ้ำประโยคเดิมอีก เจ้าเวทตอบเช่นเดิม " สวย"

     พี่สุรลักษณ์จึงเดินไปพูดตัดบทว่า คุณกลับไปหาประวัติพระพิราพศึกษาให้ดีก่อนเชื่อถือ จะได้ปฏิบัติบูชาได้ถูกต้องเป็นผลดีกับตัวเอง " ผมถือศีล ๕ ยังไม่พออีกหรือ " พี่สุรลักษณ์ตอบว่ายังไม่พอยังมีอย่างอื่นอีก ชายสองฅนลุกขึ้นมาอ่านข้อความที่ติดหน้าประตูเรือนฯเรื่อง อย่าหวังอะไรกับการมาเยี่ยมเยือนเรือนพระภรตมุนี แล้วเดินลงจากเรือนฯไป

     เขามาด้วยไม่รู้อะไรจริงๆ มาแบบนักแสวงหา ฟังเขาเล่าว่า " บูชาแล้วดีรวย ประสบความสำเร็จ " ซึ่งไม่ใช่การคิดที่ผิดไปจากบุคคลทั่วไปที่เขาคิดกัน เขาสองฅนคงคิดว่า ฅนที่นี่กวนส้นตีนเพราะเขามองไม่ถึงความปรารถนาดีที่มีให้เขา

     อ่านทบทวนตั้งแต่ต้นจะทราบว่าทุกคำตอบของพ่อล้วนเป็นคำจริงทั้งสิ้น พ่อจะมีคุณพิเศษอะไรไปปลุกเสกรูปเคารพสัญลักษณ์แทนครูที่สร้างขึ้นด้วยความเคารพเชื่อถือ พ่อทำเพียงชุมนุมเทวดาเชิญครูเมตตาประทานพรให้กับวัตถุรูปเคารพที่พ่อสร้างขึ้น

     ที่พี่สุรลักษณ์แนะนำให้ไปศึกษาประวัติพระพิราพให้ถี่ถ้วนเสียก่อนว่าท่านคือใครนั่นก็ถูกต้องอีก ยิ่งผู้สร้างอย่างตัวพ่อด้วยแล้วยิ่งต้องศึกษาให้ละเอียดว่าพ่อเป็นใคร เล่าเรียนอะไร ศึกษาวิชาทำพระพิราพที่ถูกต้องสมบูรณ์จริงแค่ไหน ผู้ที่เชื่อถือจ่ายเงินซื้อไปแล้วรับผลสมความปรารถนาจริงคุ้มค่าเงินที่ลงทุนควักกระเป๋าซื้อหรือเปล่า มีตัวอย่างพิสูจน์ผู้รับความสำเร็จจากการเชื่อถือไหม

     บุคคลที่มาวันนี้น่าเห็นใจจริงๆ นี่ถ้าเขาเข้าร้านถูกรับรองกระเป๋าใส่สตางค์เบากลับบ้านแน่ นี่ดีนะที่มาผิดที่ผิดร้านจึงเหลือเงินกลับไปให้ลูกเมียใช้ได้อย่างสบายๆ

ผู้ขาดการศึกษาที่ดียากจะเชื่อถือจริง
 ศิริพงศ์  ครุพันธ์กิจ
 อ่านแล้วกรุณาแสดงความคิดเห็นด้วย

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF