มนต์นัทธ์ | แหล่งสนทนา | ผลงานพ่อครู | เกี่ยวกับมนต์นัทธ์ | แผนผังเว็บไซต์


ตุลาคม 31, 2014, 00:27:49 *

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
   หัวข้อสนทนารวม   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
ข่าว:
กรุณาอ่านกระทู้นี้ก่อนมาเรือนพระภรตมุนี  :
 อย่าหวังอะไรกับการเยี่ยมเยือนเรือนพระภรตมุนี


กระทู้แนะนำ  : สงสัยหรือริษยาไม่ทราบ

 
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แสนคำนึง (จบ)  (อ่าน 2073 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
siriphong
Moderator
Hero Member
*****

การ์ม่า: 16
กระทู้: 3,927



| Share โพสกระทู้นี้ลงทวิตเตอร์ โพสกระทู้นี้ลง facebook ของคุณ
« เมื่อ: ตุลาคม 21, 2009, 21:01:55 »


แสนคำนึง เถา

                    เพลงแสนคำนึง เป็นเพลงที่หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) คิดประดิษฐ์ขึ้นใหม่ทั้งเถา จากเพลงสำเนียงลาวของเก่าเพลงหนึ่ง ซึ่งมักนิยมใช้บรรเลงเป็นเพลงเกร็ดหางเครื่องในกระบวนการบรรเลงของวงปี่พาทย์นางหงส์ เข้าคู่กันมากับเพลงลาวต้อยตริ่ง แต่ทว่าท่านได้เพิ่มเติมลีลาบางตอนให้ครบถ้วนถูกต้องตามหลักดุริยางคศิลป์ไทย แล้วใช้บรรเลงเป็นเพลงรับร้องครบทั้งเถา โดยในชั้นแรกปรุงเป็นทางโกลน ดำเนินทำนองไปเรียบๆ ไว้ก่อนแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๓ แล้วจึงประดิษฐ์ประดับอย่างงามวิจิตรอีกครั้งหนึ่ง ในปี พ.ศ. ๒๔๘๕

                    ต้นสายปลายเหตุที่ทำให้หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) แต่งเพลงแสนคำนึง เถา ตามสำนวนที่นิยมกันอยู่ในปัจจุบันนี้ขึ้นมานั้น ท่านผู้ใหญ่เคยเล่าให้ฟังว่าเกิดแต่ความห่วงในดุริยางคศิลป์ไทย ซึ่งขณะนั้นเหมือนตกอยู่ใน "ยุคมืด" เพราะถูกผู้บริหารประเทศออกคำสั่งห้ามเล่น ห้ามร้อง ตลอดจนออกประกาศอีกต่างๆ นานาจนน่ากลัวว่า ดนตรีไทยอาจจะเสื่อมสลายไปเมื่อใดก็ได้

                    ด้วยเหตุดังกล่าว อารมณ์ของเพลงที่ท่านประดิษฐ์ประดับขึ้นใหม่ในระยะหลังนี้จึงมีลีลาไหลทวน และเน้นหนักไปในทางแสดงความอาลัยอาวรณ์อย่างเต็มไปด้วยความคิดคำนึง สมกับชื่อที่ตั้งไว้ว่า "แสนคำนึง" ทุกประการ

                    พร้อมนี้  ยังสร้างแนวบรรเลงที่แปลกใหม่ออกไปจากเพลงอื่นๆ ด้วยการขึ้น "ลูกนำ" ให้ดนตรีบรรเลงนำก่อนช่วงหนึ่ง แล้วจึงส่งร้อง รวมทั้งส่งลีลาท้ายเครื่องด้วยการบรรเลงร่วม และการบรรเลงเดี่ยวด้วยเครื่องดำเนินทำนองตลอดจนเครื่องกำกับจังหวะถ้วนทั้งวง ถ่ายทอดความในใจที่ถูกข่มเหงอย่างแสนเจ็บปวดให้พรั่งพรูออกมาอย่างเร่าร้อนและรุนแรง แต่กระนั้นในอีกลักษณะหนึ่ง ทำนองดนตรีอาจบรรยายเสียงธรรมชาติบ้าง หรือบรรยายถึงความวิเวกวังเวงบ้างได้อย่างเอิบอาบซาบซึ้งใจ สัมพันธ์กับบทร้องจากเรื่องขุนช้างขุนแผน ซึ่งเคยใช้เป็นบทร้อง มาแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๓ เพราะบทร้องใหม่ที่ท่านประพันธ์ขึ้นเองนั้น ทายาทของท่านเห็นว่า รุนแรงเกินไป เกรงว่าอาจทำให้ท่านมีความผิด จึงหันกลับไปใช้บทร้องที่ท่านเคยเลือกไว้เดิมคือ บทเสภาจากเรื่อง "ขุนช้างขุนแผน" ตอน ขุนแผนลักพานางพิม มาเป็นบทร้องแทน เป็นที่นิยมมาจนทุกวันนี้

บทร้อง เพลงแสนคำนึงเถา

สามชั้น

เที่ยวต้น

อนิจจาครานี้นะอกกู      มาอ้างว้างค้างอยู่ในป่าใหญ่
จะเป็นเหยื่อเสือสางที่กลางไพร   เอาป่าไม้เป็นเรือนเหมือนป่าช้า

เที่ยวกลับ

นี่จะอยู่อย่างไรไม่เล็งเห็น      ตายเป็นก็คงป่นอยู่กลางป่า
มิได้คิดถึงตัวมัวจะมา      ไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นนี้เลย

สองชั้น

เที่ยวต้น

ขุนแผนพามาด้วยความรัก      ก็ประจักษ์ใจจริงไม่นิ่งเฉย
แต่ทุกข์ยากอย่างนี้ยังมิเคย      อกเอ๋ยเกิดมาเพิ่งจะพบ

เที่ยวกลับ

ไม่เคยเห็นก็มาเห็นอนาถนัก      ไม่รู้จักก็มารู้อยู่เจนจบ
ร่านริ้นบินไต่ระคายครบ      ไม่เคยพบก็มาพบทุกสิ่งอัน

ชั้นเดียว

เที่ยวต้น

ยังพรุ่งนี้นี่จะเป็นอย่างไรเล่า      จะลำบากยิ่งกว่าเก่าหรือไรนั่น
คิดขึ้นมาน้ำตาตกอกใจตัน      กลับหวั่นหวั่นแสนคำนึงถึงขุนช้าง

เที่ยวกลับ

นิจจาเอ๋ยเคยสำราญอยู่บ้านช่อง   ถนอมน้องมิให้หน่ายระคายหมาง
คลึงเคล้าเช้าเย็นไม่เว้นวาง      อยู่กินก็สำอางลออองค์

(เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน)

_________________________
(ข้อมูลจากการศึกษาเพื่อทำรายงานของนักศึกษาปีที่ ๑ วิทยาลัยรังสิต ได้จากการสัมภาษณ์นางมหาเทพกษัตรสมุห (บรรเลง ศิลปบรรเลง สาคริก) พ.ศ. ๒๕๓๐)
_________________________

สรุปเรื่อง "เพลงแสนคำนึง"

ข้อดี ของเพลงแสนคำนึง

๑.   ผู้แต่งมีคุณลักษณะเด่น ๓ ประการอันเป็นคุณลักษณะเด่นของนักดนตรีที่ดีคือ

                    ๑.๑ เป็นนักดนตรีที่สำคัญในสมัยนั้น

                    ๑.๒ เป็นผู้แต่งเพลงไว้มากจนได้รับราชทินนามว่า "ประดิษฐ์ไพเราะ"

                    ๑.๓ เป็นครูดนตรีที่มีลูกศิษย์มากที่สุด ซึ่งเป็นคุณสมบัติของนักดนตรีที่ดีที่สุด

๒.   ไพเราะ ประทับใจ กินใจ เป็นเพลงอมตะ

๓.   มีท่อน Introduction เป็นเพลงแรก

๔.   มีความอ่อนหวาน ในท่อน ๓ ชั้น

๕.   ท่อนสองชั้นให้ความรู้สึกที่ดี เพราะกลอนเพลงไพเราะสนุกสนาน เหมือนเราเศร้าเสียดาย รู้สึกว่ามีลักษณะเป็นการปลอบโยน

๖.   สนุกมีความคึกคัก ในท่อนชั้นเดียว

๗.   มีท่อนออกท้ายเครื่องที่โชว์ฝีมือนักดนตรี

๘.   มีความหลากหลายในพื้นฐานของท่วงทำนองเดียวกัน

๙.   เป็นเพลงเดียวที่มีทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในเพลงเดียวกัน มีทุกรสชาติ

๑๐.   มีบทกลอนที่เข้ากับเพลง ทำให้มีความรู้สึกแน่นเหนียว

๑๑.   แปลกกว่าเพลงอื่น เพราะมีความกลมกลืนกันหมดทุกอย่าง

๑๒.   รู้สึกได้อย่างที่เพลงต้องการจะบอกเรา ทำให้เกิดอารมณ์หลายอย่าง

๑๓.   ฟังทีไรก็รู้สึกใหม่อยู่เสมอ

๑๔.   มีความเป็นมาจากความบันดาลใจ จำลองความคิดของนักดนตรีไทยคนหนึ่ง

๑๕.   เพลงนี้เป็นอนุสรณ์ให้ระลึกถึงยุคที่เราเรียกว่า "มาลานำไทยสู่มหาอำนาจ"

ผู้ทำรายงาน   นายวิศรุต   วิสุทธกุล
      นายเจิมพงษ์   อมรวิสัยสรเดช
      นายเชษฐพันธุ์   พราหมณนันท์
      นายธนัตต์   วงษางาม



"ดนตรีไทยคนไทยเป็นเจ้าของ"
คำฝากฝัง จาก คุณหญิง ชิ้น ศิลปบรรเลง
เนื้อเต็ม: ทำนอง เพลงทองย่อน

    สมาชิก ดนตรีของ มูลนิธิฯ            ช่วยเริ่มริ ทำประโยชน์ อันยิ่งใหญ่
เทิดทูนศักดิ์ รักษา ศิลปะไทย         เรียนรู้ให้ ทรงไว้ ด้วยใจรัก
หากคนไทย ไม่นิยม ชมศิลป์ไทย         กาลข้างหน้า ต่อไป คนไม่รู้จัก
มีแต่เพลง ครึ่งชาติ อนาถนัก            ไม่มีหลัก ให้แสวง แหล่งที่มา
ประวัติศาสตร์ วิชา โบราณคดี         ยังมีทราก จมปฐพี ให้ค้นหา
ส่วนเพลงไทย มากมาย แต่เดิมมา         เสื่อมสูญ ตามชีวา ครูท่านไป
เหลือแต่ชื่อ มีอยู่ หลายร้อยเพลง         จะหาผู้ รู้บรรเลง หามีไม่
หลักวิชา ที่ท่านทำ อำพรางไว้         ยากค้นหา เพราะไม่ มีตำรา

      ดนตรีไทย คนไทย เป็นเจ้าของ      เคยเล่นร้อง สืบต่อกันมา นานนักหนา
แต่ครั้นกาล ผ่านไป ตามเวลา         ก็เสื่อมโทรม จนน่า จะสูญไป
น่าขอบจิต บรรดาศิษย์ รุ่นใหม่นี้         ช่วยกันรักษา ดนตรีให้ คงอยู่ได้
ขออำนาจ คุณพระศรี รัตนตรัย         คุ้มครองให้ รุ่งเรือง เจริญเทอญ

สวัสดี
ศิริพงศ์  ครุพันธ์กิจ
๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๒
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF