มหาศาสตราฝากไว้ในแผ่นดิน

(1/3) > >>

siriphong:
       ครานั้นขุนแผนแสนสนิท      เรืองฤทธิรังสีไม่มีสอง           ได้ลูกชายเชียวชาญกุมารทอง
       ก็สมปองคิดไว้แต่ไรมา          จะจัดแจงตีดาบไว้ปราบศึก      ตรองตรึกหาเหล็กไว้หนักหนา
       ได้เสร็จสมอารมณ์ตามตำรา   ท่านวางไว้ในมหาสาตราคม  เอาเหล็กยอดพระเจดีย์มหาธาตุ
       ยอดปราสาททวารามาประสม  เหล็กขนันผีพรายตายทั้งกลม  เหล็กตรึงโลงตรึงปั้นลมสลักเพชร
       หอกสำริดกริชทองแดงพระแสงหัก   เหล็กปฎักสลกัประตูตะปูเห็บ พร้อมทั้งเหล็กเบญจพรรณกัลเม็ด
       เหล็กบ้านพร้อมเสร็จทุกสิ่งแท้   เอาเหล็กไหลเหล็กหล่อบ่อพระแสง  เหล็กกำแพงน้ำพี้ทั้งเหล็กแร่
       เหล็กทองคำสำริดนากอแจ   เงินที่แท้ชาติเหล็กทองแดงดง  เอามาสุมคุมควบเข้าเป็นแท่ง
      เผาให้แดงตีแผ่แช่ยาผง    ไว้สามวันขัดเหล็กนั้นเล็กลง  ยังคงแต่พองามตามตำรา
      ซัดเหล็กครบเสร็จถึงเจ็ดครั้ง  พอกระทั้งฤกษ์เข้าเสาร์สิบห้า  ก็ตัดไม้ปลูกศาลขึ้นเพียงตา
      แล้วจัดหาสารพัดเครื่องบัดพลี  เทียนทองติดตั้งเข้าทั้งคู่  หัวหมูเป็ดไก่ทั้งบายศรี
     
     

        เอาสูบทั่งตั้งไว้ในพิธี   เอาถ่านที่ต้องอย่างวางในนั้น   ช่างเหล็กดีฝีมือลือทั้งกรุง
      ผ้าขาวนุ่งผ้าขาวห่มดูคมสัน  วางสายสิญจน์เสกลงเลขยันต์  คนสำคัญคอยดูซึ่งฤกษ์ดี
      ครั้นได้พิชัยฤกษ์ราชฤทธิ์  พระอาทิตย์เที่ยงฤกษ์ราชสีห์  ขุนแผนสูบเหล็กให้แดงดี
      ในช่างตีรีดรูปให้เรียวปลาย  ที่ต้องกลางกว้างงามสามนิ้วกึ่ง  ยาวถึงศอกกำมาหน้าลูกไก่
      เผาชุบสามแดงแทงตะไบ  ประเดี่ยวใจเกลี้ยงพลันเป็นมันยับ  อานดีมิได้มีขนแมวพาด
      เลื่อนปราดเนื้อเขียวดูคมหนับ  เลื่อมพรายคล้ายแสงแมลงทับ ปลั่งปลาบวาบวับจับแสงตะวัน
      ด้ามนั้นทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์  จารึกยันต์พุทธจักรที่หลักกั่น  เอาผมพรายร้ายดุประจุพลัน
      แล้วเอาขันกรอกด้ามเสียบัดดล  ครั้นเสร็จสรรพจับแกว่งแสงวับวับ เกิดโกลาฟ้าพยับโพยมหล
   เสียงอื้ออึงเอิกเกริกได้ฤกษ์บน ฟ้าคำรนฝนพยับอยู่ครั้นครื้น  ฟ้าผ่าเปรี้ยงเปรี้ยงเสียงโด่งดัง
     ขุนแผนฟังจิตฟูให้ชูชื่น  ได้นิมิตรฟ้าเปรี้ยงดังเสียงปืน  ให้ชื่อว่าฟ้าฟื้นอันเกรียงไกร
     ยกขึ้นวางกลางศาลอ่านพระเวทย์  โดยเดชดาบดิ้นกระเดื่องไหว  เห็นประจักษ์ศักดิ์สิทธิ์ฤทธิไกร
     ดีใจได้สมอารมณ์ปอง เอาไม้ระงับสรรพยามาทำฝัก  ประสมผงลงรักให้ผิวผ่อง
     กาบหุ้มต้นปลายลายจำลอง  ทำด้วยทองถ้วนบาทบางตะพาน                 ถ้าอ่านด้วยความพินิจพิเคราะห์ จะเห็นได้ว่าพิธีการตีดาบฟ้าฟื้นที่กล่าวในเสภาข้างต้นเป็นเรื่องทำมีดหมอแท้ๆ ผู้แต่งกลอนเสภาตอนนี้ได้เอาตำราทำมีดหมอมาเปิดแต่งเป็นเรื่องตีดาบ
      
 
               วันนี้เสาร์ที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓ เกิดเหตุการณ์ ดาวโลก ดาวพฤหัส ดาวยูเรนัส โคจรเรียงตัวกัน นี่ว่ากันตามข่าวดังจะเกิดจริงหรือไม่เราไม่รู้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงที่เรือนพระภรตมุนีคือ เวลาเที่ยงตรงมีการตั้งพิธี อาบน้ำว่านให้กับมีดที่ตีด้วย เหล็กยอดฉัตร เหล็กยอดเจดีย์ เหล็กกลับผี ตะปูสังฆวานร หมุดมหาพิชัยราชรถ กระสุนปืนใหญ่ของวังหน้าโดยนำโลหะทั้งหมดหลอมรวมกันพร้อมผสมเหล็กเนื้อดีลงไปด้วยแล้วเทเป็นแท่งเพื่อเข้าเตาเผาแล้วตีออกมาเป็น "มหาศาสตราพิเศษ" จำนวน ๑๐ เล่ม นำเข้าพิธีแช่น้ำว่าน ส่วนด้ามกำลังแต่งพิมพ์อยู่จะทำพิธีประกอบเข้ากับตัวมีดในวันที่ ๑๕ กรกฏาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ สร้างเพื่อฝากผลงานศิลป ช่างฝีมือไทยไว้กับแผ่นดิน ลูกๆเป็นผู้ร่วมสละทรัพย์จัดสร้าง จึงไม่ได้ขายใคร
                 
                          สวัสดี
             ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ
           ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๓


                                                                                         

ทองต่อ:
          ขอเรียนถามพ่อครูครับว่า  มหาศาสตราพิเศษ ที่หลวงพ่อได้จัดสร้างนี้ ถ้าลูกประสงค์ต้องการจะได้รับมอบประสิทธิเป็นเจ้าของจะต้องทำอย่างไรบ้าง ดูจากรูปใบมีดแต่ละเล่มมีลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวสวยงามมาก และจะต้องมีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ครับ    กราบขอบพระคุณครับ

siriphong:
                เรื่องมหาศาสตราพิเศษที่พ่อสร้างนั้นเพราะ

หนึ่ง     ต้องการสนองความต้องการตนเองที่ตั้งความปรารถนามีไว้ครอบครองมานานแล้วแต่ด้วยไม่เคยเชื่อถือวัตถุรูปเคารพที่สร้างจากมือผู้อื่น  เพราะตั้งข้อดูถูกเขาไว้มากว่า มึงจะทำจริงหรือ  ใส่วัตถุมวลสารที่โฆษณาจริงหรือเปล่า  เพียงแค่สร้างข่าวประชาสัมพันธ์ให้ดูเป็นที่น่าเชื่อถือเท่านั้น  จึงจำเป็นต้องสร้างขึ้นใช้ด้วยมือตนเอง

สอง      ไม่ขายไม่มอบให้ใครเพราะกลัวเขาไม่เชื่อถือเหมือนที่เราไม่เคยเชื่อถือคนอื่น

สาม       ไม่ต้องการให้ใครมายกย่องนับถือ  ปัจจุบันไม่เคยรับศิษย์ใหม่  ไม่เคยเดินสายปลุกเสก  ไม่เคยหลอกแดกสร้างนิยายขายของขลังเป็นอาชีพเลี้ยงตนและพวกพ้อง

สี่          ค่าใช้จ่ายสูงมาก  ค่าตีใบมีด ๑๐ เล่ม ๕๐,๐๐๐ บาท ไม่รวมค่าโลหะวัตถุ และค่าบวงสรวงบัดพลี  ค่าหล่อด้ามมีดคิดเฉพาะตัวต้นทุนโลหะและอัญมณี ๒๖๐,๐๐๐ บาท  ยังมีพิธีอธิษฐานจิตอีก  ไม่รวมค่าใช้จ่ายที่ตั้งพิธีอาบน้ำว่านให้ใบมีดที่ประกอบพิธีไปแล้ว  คิดดูเองว่าต้นทุน ๓๕๐,๐๐๐ บาทไม่พอแน่นอน แล้วจะไปสร้างขายใครขณะชั่วโมงนี้

ห้า         เก็บเงินไว้เลี้ยงตน  บำเรอเมียดีกว่า  อย่าหวังมาซื้อหาด้วยการเสียทรัพย์ที่มากมายกับการสร้างของสนองกิเลสอย่างเราเลย

หก         เราไม่ได้ออกเงินสร้างเอง ไม่เดือดร้อนหรอก ชีวิตพระเหมือนชีวิตของสองอย่าง คือ ๑. ขอทาน  ๒. ลิเก  พระก็อาศัยการบริจาคทานจากคนอื่นเช่นเดียวกับขอทานไม่ผิดแผกแตกต่างกันมากเท่าไร จงอย่าทนงตัว  พระก็เหมือนลิเก  ขาดแม่ยกชูชุบอุปถัมภ์  ก็ตกต่ำเหมือนขอทานธรรมดา

เจ็ด        อย่าคิดเอาเยี่ยงแบบอย่าง  ฅนอย่างเรา  ไม่เช่นนั้นจะหาว่าไม่เตือน

                                                                  สวัสดี  เราก็เป็นอย่างนี้ นับถือหรือไม่มิใช่เรื่องของเรา
                                                                                        ศิริพงศ์    ครุพันธ์กิจ
                                                                                       ๑๓  มิถุนายน  ๒๕๕๓

panoopong14:
          มหาศาสตราที่หลวงพ่อจัดสร้าง งดงามมากครับ อันที่จริงกระผมก็เข้ามาชมภาพวัตถุมงคล
ที่หลวงพ่อจัดสร้างเกือบทุกกระทู้เลยครับ แต่ก็ได้แค่ชมรูปภาพ แต่ถึงแม้แค่ได้ชมแค่รูปภาพ
ก็ถือว่าเป็นบุญมากเลยครับ โดยเฉพาะมหาศาสตราในครั้งนี้ กระผมก็ สนใจอยู่ไม่น้อย
ถือว่าเป็นบุญตามากครับที่ได้ชม จะรอชมตอนเสร็จสมบูรณ์นะครับ แล้วยังงัยหากแม้นมีโอกาส
มีดวงสมพงศ์กับหลวงพ่อกระผมอยากจะเข้าไปกราบหลวงพ่อสักครั้งครับ

NATTEE:
กราบนมัสการพ่อครูครับ
   ตอนที่ลูกศึกษาเรื่องมีดและดาบพบว่าลวดลายที่งดงามเช่นนี้ ฝรั่ง เรียกว่า ” ดามัสกัส” ซึ่งตั้งตามชื่อเมืองหลวงประเทศซีเรียเนื่องจากเมืองนี้ทอผ้าได้ลวดลายงดงามมากๆ ชาวตะวันตกหลายๆประเทศ  เช่น  เบลเยี่ยม  สวีเดน  อเมริกา  ผลิตมีดและดาบ  แบบ  ดามัสกัส  เป็นอุตสาหกรรมออกจำหน่าย  แน่นอนครับ  อุตสาหกรรม  จึงใช้เครื่องจักรผลิตได้ครั้งละหลายพัน  หลายหมื่นเล่ม  นอกจากใบมีดแล้ว  ตัวด้ามก็ไม่ได้มีลวดลายอะไรเลยนอกจากไม้เรียบๆ  ยังขายปลีกอันละ  3.5 หมื่นบาทขึ้นไป ชาวญี่ปุ่นตีดาบด้วยวิธีโบราณ โดยเฉพาะที่เมือง SEKI ก็ได้ดาบที่มีลวดลายแบบดามัสกัสเช่นกัน ซึ่งดาบญี่ปุ่นพวกนั้นรัฐบาลญี่ปุ่นส่งเสริมและอนุรักษ์ ผู้ใดจะขอซื้อและนำออกจากญี่ปุ่นต้องขออนุญาตรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลจะออกใบรับรองให้อีกด้วย ราคาก็อยู่ที่ประมาณเล่มละ 500,000 บาท ขึ้นไปครับ
   ดามัสกัส เกิดจากการหลอมรวมกันของโลหะต่างชนิดกัน  โลหะต่างชนิดจะมีมวลและความหนาแน่นที่แตกต่างกัน เมื่อนำมาหลอมรวมกันด้วยความร้อนมวลที่แตกต่าง ก็จะทำให้เกิดลำดับชั้นของคาร์บอนที่แตกต่าง ได้ลวดลายอย่างที่เห็น อนึ่งความสวยงามที่เกิดจากคาร์บอนตามธรรมชาตินี้ นอกจากจะดูเท่าไรก็ไม่เบื่อแล้ว ยังสร้างแรงยึดเป็นโครงสร้างของอิเลคตรอนบนโมเลกุลต่างศักดิ์ของเหล็ก ทำให้เหล็กชนิดนี้มีความแข็งแรงมาก(RC) และไม่เปราะ เพราะโครงสร้างโมเลกุลนี้ช่วยสร้างความยืดหยุ่นอีกนัยยะหนึ่งด้วย ( FLEXIBILITY )
   ที่ประเทศอินโดนีเซียมีวิธีการสร้างกริช ( KRIS ) ด้วยเหล็กต่างชนิดกันเช่นกัน ประมาณ 20 ชนิด ทำให้เกิดลวดลายสวยงามมากๆ ซึ่งศิลปะแบบนั้น พอจะหาชมได้ที่ทางใต้ของเรา ( ยะลา,ปัตตานี ) คนอินโดนีเซียเชื่อว่าการตีกริชเช่นนั้น เมื่อเสร็จแล้วกริชแต่ละเล่มจะมีวิญญาณของผู้ดูแลสถิตอยู่ !
   ย้อนกลับมามองมีดหมอ 14 เล่ม  (ที่เช่ามาด้วยตนเอง) ที่ลูกมีอยู่ในห้องทำงาน บางเล่มทางผู้จำหน่ายบอกว่ามีส่วนผสมนั้น ส่วนผสมนี้ บางเล่มสร้างขึ้นตามแบบดาบฟ้าฟื้น แล้วทำไมถึงไม่มีลวดลายเหมือนที่พ่อสร้าง ?  แถมทุกเล่มก็ไม่มีคมและไม่แข็งแรงเหล็กก็ไม่มีลวดลายอะไรนอกจากความขาวออกเทาๆ มีอยู่เล่มหนึ่งเป็นมีดเหล็กสีดำผู้สร้างบอกว่าเป็นเหล็กน้ำพี้ แม้มีลวดลายพญานาค แต่ก็ไม่มีมวลสาร และวิธีพลีกรรมจัดสร้างอะไรที่เป็นรูปธรรมเหมือนของพ่อ
   ที่บรรยายชักแม่น้ำทั้ง 5 มานี้ อยากกราบเรียนว่ามีดหมอของพ่อครูคือของจริงครับ สวยงามแบบ ดามัสกัส  ด้วย  มวลสารที่คนทั่วไป มีเงินสิบล้านก็หามาไม่ได้มีความแข็งแรงแบบใช้งานได้จริง และจัดสร้างด้วยพิธีกรรมครบเครื่องด้วยมหาเวทจริงๆ
                                          กราบนมัสการครับ
                                              ดร. ณัฐธีร์   สุรศิริรัฐสกุล

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป