พระราหูทรงฤทธิ์

(1/2) > >>

ลูกช้าง:
                 ตำราโหราศาสตร์กล่าวไว้ว่า  พระศิวะ  นำเอาหัวผีโขมด  12 หัว  มาป่นจนเป็นผง  ห่อด้วยผ้าแพรสีดำ  ชุบด้วยน้ำอมฤตเกิดเป็นยักษ์ตนหนึ่งท่อนบนเป็นยักษ์ท่อนล่างมีหางเป็นงู  ตั้งชื่อว่าพระราหู  จริง ๆ แล้ว  ราหูไม่ใช่ดาว  แต่เป็นจุดมืด  หรือความมืด  ในเวลากลางคืนก็เป็นอาณาจักรของราหู  พระจันทร์บังพระอาทิตย์  เกิดเป็นเงาดำบนโลกมนุษย์ก็ถือเป็นราหูอมพระอาทิตย์ (สุริยคราส) เงาของโลกทาบทับบนดวงจันทร์  (จันทรคราส)  ก็ถือเป็นราหูอมพระจันทร์  ในห้วงมหาจักรวาลนี้มีแสงดาวและความสว่างจากดาวฤกษ์เพียง  5%  เท่านั้น  ส่วนอีก  95%  นั้น  ราหูเข้าครองหมด
   ในทางดาราศาสตร์สิ่งที่ยึดเหนี่ยวดวงดาวทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกันนี้  เรียกว่า  สสารมืดโลกเราอยู่ในสุริยจักรวาล  สุริยจักรวาลอยู่ในทางช้างเผือก  ทางช้างเผือกอยู่ในแกแล็คซี่  มีอยู่หมื่นล้านแกแล็คซี่ที่ล่องลอยอยู่ในมหาจักรวาลนี้  ถูกโยงยึดไว้ด้วยสสารมืด  (DARK MATTER)  ทั้งสิ้น  ในทางวิทยาศาสตร์ยังค้นพบอีกว่ายังมีพลังงานมืดที่วิ่งผ่านไปทั่วจักรวาล  แม้แต่โลกก็ยังมีพลังงานมืดวิ่งผ่าน  แสดงให้เห็นว่า  ความมืด  (ราหู)  มีพลังงานในตัวมันเองด้วย
   ย้อนกลับมาในเทวศาสตร์  ตอนที่พระนารายณ์กวนเกษียรสมุทร  เพื่อทำน้ำอมฤต  โดยเอาเขามันทรคีรีมาตั้งในเกษียรสมุทร  เอาพญานาควาสุกรีมาพันเขามันทรคีรีไว้  แล้วเทวดาก็เกี่ยงให้อสูรอยู่ทาง หัวพญานาค  ฝ่ายเทวดาอยู่ทางหางพญานาค  แต่พระราหูฉลาดแกมโกงคิดว่าหากไปอยู่ทางหัวพญานาคคงโดนพิษนาคแน่  จึงแปลงกายเป็นเทวดา  ไปแทรกอยู่ระหว่างพระอาทิตย์กับพระจันทร์  แล้วชักเย่อหมุนเขามันทรคีรี  ซึ่งเต็มไปด้วยสมุนไพรนานาชนิดที่ทั้งยักษ์และเทวดาเก็บมาใส่  พอกวนเกษียรสมุทรไปได้สักพักภูเขาก็เริ่มเอียง  เพราะสึกหรอไปมาก  พระนารายณ์จึงอวตารเป็นเต่า  (กูรมาวตาร)  เพื่อหนุนให้ภูเขาตั้งตรงดังเดิม  กวนไปกวนมาพญาวาสุกรีเหนื่อยล้า  จึงคายพิษออกมาใส่พวกอสูรหน้าดำกันเป็นแถบ  พวกอสูรสำรอกพิษออกมา  พระศิวะเห็นว่าหากพิษลงไปในโลกมนุษย์ ๆ และสัตว์โลกจะพากันตายหมด  พระศิวะจึงกลืนพิษเอาไว้เอง   พระศอ  (คอ)  จึงดำ  หลังจากใช้เวลากวนเกษียรสมุทรพันกว่าปีก็สำเร็จได้ของวิเศษ  14  อย่างขึ้นมา  คือ 1.  ดวงจันทร์  (จันทร์เสี้ยว)  2.  เพชรเกาสตุภะ  3.  ดอกบัวลอยขึ้นมาโดยมีพระลักษมีนั่งอยู่ในดอกบัว  4. วารุณีเทวีแห่งสุรา  5.  ช้างเผือกเอราวัณ  6.  ม้าอุจฉัยศรพ  7.  ต้นปาริชาติ  8.  โคอุสุภราชพร้อมของหอม  9.  หริธนู  10.  สังข์  11.  ปวงเทพีอัปสรสวรรค์  12.  พิษร้าย  (ฝูงนาคและงูสูบพิษไว้)  13.  ธันวันตริ  แพทย์สวรรค์  14.  หม้อน้ำทิพย์อมฤต
   เมื่อได้น้ำอมฤตแล้ว  ตำนานหนึ่งที่ฟังมาเขาว่าอย่างนี้  พระนารายณ์แปลงเป็นนางอัปสรแสนสวย  มาล่ออสูร  อสูรก็ตามนางอัปสรแปลงกับปวงเทพีอัปสรสวรรค์ไปเพราะเจ้าชูยักษ์เข้าตำรา  เทวดาเลยเข้าแถวกินน้ำอมฤตกันก่อน  สำหรับเทวดาจะมีคาถากำกับก่อนกินน้ำอมฤต  ถึงคิวราหูกินน้ำอมฤตไม่ได้ว่าคาถา  พระอาทิตย์  พระจันทร์  เห็นผิดสังเกตตั้งแต่ต้นแล้ว  ก็ไปฟ้องพระนารายณ์ว่าราหูเป็นยักษ์ปลอมมา พระนารายณ์ก็เอาจักรขว้างถูกพระราหูขาดครึ่งตัว  ส่วนหัวเป็นยักษ์ที่มีครึ่งตัว  คือพระราหู  ส่วนหางขาดกระเด็นเป็นพระเกตุลอยไปในอวกาศ  แต่ด้วยเหตุที่พระราหูกินน้ำอมฤตเข้าไปแล้วจึงไม่ตาย  จึงโกรธพระอาทิตย์  พระจันทร์  พร้อมทั้งตั้งใจไว้ว่าพระอาทิตย์  พระจันทร์  ขี้ฟ้องดีนัก  มีโอกาสเมื่อใดจะจับกินซะ  จึงเกิดเป็น สุริยคราส  และจันทรคราส ขึ้น  แต่พระราหูกินพระอาทิตย์  พระจันทร์  ได้ไม่นานคนเดือดร้อน  พระนารายณ์ก็ต้องจัดการให้พระราหูคายพระอาทิตย์  พระจันทร์  เป็นตำนานสืบมา
   ฝ่ายยักษ์เมื่อเจ้าชู้ยักษ์ตามนางอัปสรไปได้สักพักนึกถึงน้ำอมฤตขึ้นได้  ก็กลับมาแย่งหม้อน้ำอมฤตกับเทวดาจนน้ำอมฤตหกจากสวรรค์ลงมาในเมืองมนุษย์  4 หยด  คือที่เมืองหริทวาร 1 หยด  เมืองอัลลาฮาบัด  1  หยด  เมืองอุชเชนี  1  หยด  และเมืองนาสิก  1  หยด  จึงได้เกิดประเพณีกุมภเมลา  ฤาษี  โยคี  อาบน้ำอมกฤตที่ท่าทั้งสี่ที่กล่าวไปแล้ว  ในบางตำนานก็ว่าปัจจุบัน  หม้อน้ำอมฤตอยู่กับพระอินทร์  บางตำนานก็บอกว่า  หม้อน้ำอมฤตหายไปไม่รู้ว่าอยู่ที่ใคร
   สรุปว่า  ยักษ์ตนแรกที่ได้กินน้ำอมฤตก็คือ  พระราหู  ซึ่งเป็นอมตะ  แม้แต่ในเวลากลางวันก็ยังมีความมืดในหลายที่  เช่น  ถ้ำลึก ๆ  ใต้ทะเลลึก ๆ ที่แสงลงไปไม่ถึง  ห้องมืด  ไม่มีที่ใดที่ไม่มีที่มืด  (ราหู) ในตำราโหราศาสตร์  หากดาว  ๘  (ราหู)  มาอยู่ราศีเดียวกับดาว ๙  (เกตุ)  ถือเป็นราหูเต็มองค์มีฤทธิ์อำนาจมาก  ซึ่งจะเล่าให้ฟังในตอนต่อไปว่า  พระราหูทำอะไรกับดวงโลก  และดาวเมืองไทย
                                                       ลูกช้าง

ลูกช้าง:
                 ราหูโคจรเข้าสู่ราศีพิจิกเป็นมหาอุจ  ตั้งแต่วันที่  24  พฤษภาคม  2554  แต่มุมที่ราหูโคจรเข้าที่ราศีพิจิกนี้เป็นภพมรณะของดวงเมือง (ดวงกรุงเทพมหานครลัคนาอยู่ที่ราศีเมษ)  ราศีพิจิกเป็นธาตุน้ำ  ราหูเป็นธาตุลม  ช่วยพาทั้งพายุและน้ำเข้ามามากมาย  ราหูเมื่อ  31  ตุลาคม  2554  ทำมุมประมาณ  140  องศากับลัคนาดวงเมืองมีแรงขึ้นไปถึงลัคนาดวงเมืองอย่างน้อย  90  เปอร์เซ็นต์  ก็เลยเกิดเหตุอย่างที่เห็นกัน  ปี พ.ศ.2555  ณ  วันนี้ราหูทำมุมประมาณ  156  องศากับลัคนาดวงเมือง  ยังไม่ทันหน้าฝน  ฝนก็ตกลงมาในหน้าหนาวนับได้  4 – 5 ห่าแล้ว  สอดคล้องกับศูนย์อุตุนิยมวิทยาทะเลว่าปีนี้ปีภาวะลานินญ่า  (ฝนมาก)  ถึง  80  เปอร์เซ็นต์  จึงน่าจะเป็นการที่ดีที่เราจะเตรียมตัวเตรียมใจกับภาวะน้ำมาก  แต่เนิ่น ๆ  ทำอะไรไม่ได้ก็ทำใจ
   ราหูเป็นมหาอุจอยู่ในราศีพิจิกไปจนถึงวันที่  10  ธันวาคม  2555  ก็จะย้ายเข้าสู่ราศีตุลย์ธาตุลม  ตัวราหูเองเป็นธาตุลมอยู่แล้วเข้าราศีธาตุลมทำให้ลมฟ้าลมฝน  ลมพายุมากผิดปกติ  แถมยังไปเป็นคู่มหามิตร  พระเสาร์ที่โคจรรออยู่ในราศีตุลย์อยู่แล้ว  แถมคู่มหามิตรนี้ยังเล็งลัคนาดวงเมืองเสียอีก  สิ่งที่น่าจะเป็นไปคือ  สินค้าทางการเกษตรมีราคาแพง  เชื้อเพลิงพลังงาน  น้ำมัน  แก๊ส  ราคาสูงขึ้น  จนเราอึดอัด  การสื่อสารทางดาวเทียม  ด้วยคลื่นวิทยุจะมีปัญหามากมาย  สอดคล้องกับที่นาซ่าแจ้งเตือนเมื่อวานนี้ว่าภายในสัปดาห์นี้  พายุสุริยะจะมาเยือนโลก  มีผลทำให้การติดต่อสื่อสารด้วยเครื่องมือเครื่องใช้ไฟฟ้ามีปัญหา  โดยเฉพาะระบบดาวเทียมจะถูกรบกวนมาก
   ทุกรอบ 11  ปี  จะเกิดจุดดับ  (SUN SPOT)  ขนาดใหญ่บนดวงอาทิตย์  ซึ่งตรงกับปีนี้  (2555) พอดิบพอดี  และเป็นจุดดับบนดวงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในรอบ  10 ปี  ทำให้พายุสุริยะยิ่งเพิ่มกำลังแรงมากหลายเท่าตัว  ดาวเทียมหลายดวงอาจจะขัดข้องจนใช้การไม่ได้  นอกจากนี้พายุสุริยะยังจะพารังสีอุลตร้าไวโอเล็ตปริมาณเข้มข้นมากับตัวมันด้วย  อย่าไปตากแดดนานก็แล้วกันเพราะนอกจากวิตามินดีแล้วอาจจะได้ ของแถมที่ไม่ต้องการตามมาด้วย  พายุสุริยะจะมาเรื่อย ๆ ไม่ได้มาครั้งเดียวแล้วหายไป
   เวลากลางคืนเป็นเวลาที่พระราหูเข้าครอง  มีคนหลายประเภทที่หากินในเวลากลางคืน  รวมทั้งสัตว์บางประเภทก็ออกล่าเหยื่อในเวลากลางคืนด้วย  นอกจากคนกลัวความมืดเป็นส่วนใหญ่แล้ว   แต่คนอีกหลายจำพวกไม่กลัวความมืด  เพราะความมืดนำมาซึ่งเงินทองในอาชีพของเขา  ไม่ว่าจะเป็น  กะหรี่ผู้หญิง  กะหรี่ผู้ชาย  กะหรี่เพศที่สาม  นายพรานที่ออกล่าเสือ  ล่าหมี  ล่างู  หรือแม้แต่นักศึกษาภาคค่ำ  ที่ต้องทำมาหากินกลางวัน  กลางคืน  ต้องมาเรียนหนังสือก็ได้ประโยชน์จากพระราหูเช่นกัน  คงจะเว้นช่องว่าให้สมาชิกท่านอื่น ได้เข้ามาแสดงความเห็นกับพระราหู  เพื่อให้เกิดปัญญาที่เพิ่มพูนขึ้นนะครับ
                                                                                                                                              ลูกช้าง

ลูกช้าง:
                พระราหู  มีพาหนะเป็นครุฑสีดำ  (ครุฑมีหลายสีหลายพันธุ์)  ได้รับมอบหมายจากพระศิวะให้เฝ้าจักรวาลด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ  ตามทักษาพระราหูมีกำลัง  12  ในปี  2555  ถ้าเราเอา  2 + 5 + 5 + 5 = 17  เอา  1 + 7 =  8  เลข  ๘  คือ  ราหู  ในหลักโหราศาสตร์ไทย  จะนำเลขบวกกันจนเหลือตัวเดียว  นั่นคืออิทธิพลของดวงดาวแท้ ๆ  ที่มีอิทธิพลจริง ๆ  ในปีนี้เมื่อรวมเลขได้ ๘  แสดงว่าพระราหูมีอิทธิพล  “มัวเมาให้ดูราหู”  ในปี  2555  นี้  ทั้ง  บ่อน  ซ่อง  หวย  อบายมุข  ยาเสพติด  จะเฟื่องฟู  เดี๋ยวก็จะมีข่าวทั้งโชว์นม  โชว์ - ตอนสงกรานต์อาจได้ดูนมวัยรุ่นมากกว่าสงกรานต์  2554  ก็ได้  เพราะเดียวนี้  วัยรุ่นหญิงเขาไม่มีสาย กันแล้ว  เสื้อชั้นในมันคับใส่ไปก็ร้อน  ไม่ใส่ดีกว่า  อิทธิพลราหูจะทำให้เป็นอย่างนั้น  ก็อย่าไปสงสัย  เพราะอิทธิพล  ตัวใน  แกนเลขในเป็นราหูก็จะมีเป็นอย่างนี้  ยาเสพติดจับกันทั้งปีก็ไม่หมด  หากใครตามข่าวจะเห็นได้ว่า  มันค้าจากในคุกเลยเชียว  แต่น่าจะมีเด็ดกว่านั้นอีก  คอยดูกันไป
   แต่ในแง่ดีก็มีเหมือนกันคนที่มีลัคนาราศีกุมภ์นั้นจะเฮงสุดสุด  เพราะดาวประจำตัวคือราหูเป็นมหาอุจ  ย่อมส่งผลในหน้าที่การงานให้เจริญรุ่งเรือง  โดยเฉพาะข้าราชการ
   การบูชาราหู  ด้วยของดำ  8  อย่าง  ก็นิยมกันในหมู่คนที่บูชาพระราหู  แต่นั่นเป็นความเชื่อเฉพาะกลุ่ม  แต่ถ้าในทรรศนะของลูกช้าง  พระราหูน่าจะชอบสาวที่ขาว  สูง  ยาว  เข่าดี  มากกว่านิโกรที่โคตระเหม็นนะจ๊ะ  สิบอกหื่อ
                        ลูกช้าง

ลูกช้าง:
                 ในจักรวาลนี้นอกจากพระเป็นเจ้าทั้งสาม  (พระศิวะ  พระนารายณ์  พระพรหม)  แล้ว  พระราหูไม่เคยกลัวใคร  จึงคิดว่าตัวเองมีอำนาจมาก  พอเทวดาไปเล่าให้ราหูฟังว่า  พระพุทธเจ้านั้นทรงมีอานุภาพอย่างนั้น  เก่งอย่างนี้  ลองไปเฝ้าพระสมณโคดมดู  แล้วจะเห็นว่าท่านนั้น  มีบุญญฤทธิ์เป็นอย่างยิ่ง
                 พระราหูได้ฟังแล้วก็หูผึ่งเชียว  มนุษย์ตัวน้อยนิดจะมีอานุภาพมากกว่าตัวเราที่ครอบครองจักรวาลตั้ง  95%  ได้อย่างไรว่าแล้วก็เดินทางไปเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อลองฤทธิ์  พระพุทธเจ้าทรงรู้ด้วยอนาคตังสญาณ  (รู้อนาคต)  ก็นอนบรรทมตะแคงขวา  (สีหไสยาสน์)  เท้าขวากับเท้าซ้ายซ้อนเสมอกัน  เนรมิต  พระองค์ให้มีขนาดพระวรกายใหญ่โต  พระราหูมาเจอแต่เท้าที่ใหญ่โต  ก็ถามว่าพระพุทธเจ้าอยู่ที่ไหน  เทวดาก็บอกว่า  พระราหูยืนอยู่ที่ปลายเท้าของพระองค์ไงล่ะ  ราหูมองขึ้นไปเห็นเท้าซ้ายซ้อนบนเท้าขวายังสูงใหญ่มากกว่าตัวราหู  ซึ่งเทียบแล้ว  เล็กนิดเดียว  ราหูจึงนับถือพระพุทธเจ้า  ตั้งแต่นั้นมาว่ามีทั้งอิทธิฤทธิ์  และบุญญฤทธิ์  สูงกว่าเทพและพรหมทั้งหลาย  ในทางพุทธศาสนาจึงถือว่าปางไสยาสน์ที่เท้าซ้ายเสมอเท้าขวาเป็นปางปราบพระราหู  แต่ถ้าเท้าซ้ายเหลื่อมเท้าขวาเล็กน้อยเป็นปางไสยาสน์ที่เป็นพระปางวันอังคาร  “หากผู้ใดเกรงกลัวอิทธิพลพระราหูก็ให้บูชาพระพุทธรูปปางปราบราหู”
                                                                                    ลูกช้าง
 

narongrit:
                 พระราหูจะอยู่ในราศี พิจิก (เป็นมหาอุจ) ไปถึงวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๕ แล้วย้ายเข้าสู่ราศีตุลย์ในเวลา  ๒๐.๒๔น.
                                                                      Narongrit

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป