มนต์นัทธ์ | แหล่งสนทนา | ผลงานพ่อครู | เกี่ยวกับมนต์นัทธ์ | แผนผังเว็บไซต์


สิงหาคม 02, 2014, 11:29:52 *

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
   หัวข้อสนทนารวม   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
ข่าว:
กรุณาอ่านกระทู้นี้ก่อนมาเรือนพระภรตมุนี  :
 อย่าหวังอะไรกับการเยี่ยมเยือนเรือนพระภรตมุนี


กระทู้แนะนำ  : สงสัยหรือริษยาไม่ทราบ

 
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อสงไขย  (อ่าน 1180 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
siriphong
พ่อครู
Hero Member
*********

การ์ม่า: 16
กระทู้: 3,747



| Share โพสกระทู้นี้ลงทวิตเตอร์ โพสกระทู้นี้ลง facebook ของคุณ
« เมื่อ: มิถุนายน 27, 2013, 23:45:24 »

               เมื่อเช้ามืดพ่อฝันเห็นคุณครูอุษา (แม่ทับเสียงทอง) มานั่งเก็บมือเก็บเท้าตัวตรงร้องเพลงบุหลันลอยเลื่อนอยู่ข้างที่นอนพ่อ พ่อยกมือขึ้นประนมระหว่างอกฟังท่านร้องจนจบ พอสิ้นเสียงร้องภาพคุณป้าทับค่อยๆ เลือนหายไป

               พ่อและคุณป้าสนิทสนมกันมาก ท่านเรียกขานพ่อว่าลูกทุกคำ วันหยุดพ่อจะนั่งรถไปบ้านคุณป้าที่สนามบินน้ำเพื่อขอต่อเพลง บั้นปลายชีวิตท่านป่วย ขณะนอนอยู่ที่โรงพยาบาลท่านยังนอนร้องเพลงโดยใช้นิ้วเคาะจังหวะด้วยหน้าตาที่เปี่ยมล้นด้วยความสุขจนสิ้นลม

               คุณป้าเป็นต้นเสียงร้องประกอบการแสดงของกรมศิลปากรทุกรอบการแสดงตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนนาฏดุริยางค์จนถึงยุคของพ่อแต่ความเป็นศิลปินเอกด้านเสียงร้องของท่านไม่มีใครยกย่องท่านเป็นศิลปินแห่งชาติ

               คุณป้าทับเป็นผู้มีสุขภาพกายสุขภาพใจดีแม้อายุ ๘๐ กว่า ท่านยังสดใสใครๆ ก็ต้องการเข้าใกล้เพราะพลังที่ครอบคลุมรอบกายท่านเปี่ยมด้วยพลังแห่งรักเมตตาปรารถนาดี คุณป้าไม่ดุแต่งอนเล็กๆ ตามจริตกุลสตรีซึ่งดูงามสมชื่อ

               ทำไมคุณป้าจึงสุขภาพดีเพราะท่านมีดนตรีอยู่ในหัวใจไม่ปฏิเสธใครเลยเมื่อขอให้ท่านร้องเพลงให้ฟังไม่เกี่ยงเวทีไม่เลือกสถานที่ตรงไหนก็ร้องได้ คุณชายหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ เรียกคุณครูอุษาว่า "แม่ทับเสียงสาวสิบหก" แม้ขณะนั้นคุณป้าอายุย่างเข้า ๘๐ ปีแล้ว เสียงท่านก็ยังสดใส เป็นเสียงสาววัย ๑๖

               พวกเรามาฝึกร้องเพลง "สุนทรียบำบัด" มาเรียนรู้หลักการร้องเพลง การฝึกหายใจ การเปล่งเสียง การแสดงท่าทาง ฝึกการผ่อนคลายกล้ามเนื้อตามหลักทฤษฎีที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่าทำให้สุขภาพกายใจแข็งแรง เลือกเพลงอะไรก็ได้ที่ตนเองชอบ สำหรับฅนยุคสมัยของพ่อเพลงสุนทราภรณ์เหมาะที่สุด เพลง "อย่าเกลียดบางกอก" อดีตพ่อไม่เป็นรองใคร

               สมัยพ่ออยู่ชั้นประถมปีที่สี่ เพลงแรกที่ร้องได้คือเพลง "บัวกลางบึง" เมื่อเรียนจบได้ร่วมวงดนตรีสากลขององค์การค้าครุสภา พ่อชอบเพลง "หัวใจชา" ของ ดาวใจ ไพจิตร มาก เพราะทั้งเนื้อร้องทำนองดนตรีแน่นฟังแล้วได้อารมณ์ ปัจจุบันชอบเพลง "อสงไขย"

สวัสดี เดี๋ยวนี้ไม่หาญสู้ใครหมดโอกาสแล้ว

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ
๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๖
บันทึกการเข้า

siriphong
พ่อครู
Hero Member
*********

การ์ม่า: 16
กระทู้: 3,747



| Share โพสกระทู้นี้ลงทวิตเตอร์ โพสกระทู้นี้ลง facebook ของคุณ
« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2013, 00:08:10 »

<a href="http://www.youtube.com/v/uuK1GsZRu5Y?autohide=1&amp;amp" target="_blank">http://www.youtube.com/v/uuK1GsZRu5Y?autohide=1&amp;amp</a>
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 28, 2013, 21:41:20 โดย siriphong » บันทึกการเข้า

siriphong
พ่อครู
Hero Member
*********

การ์ม่า: 16
กระทู้: 3,747



| Share โพสกระทู้นี้ลงทวิตเตอร์ โพสกระทู้นี้ลง facebook ของคุณ
« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2013, 20:41:30 »

          "วันคืนผันเปลี่ยนไป เหมือนจิตใจปุถุชน หมุนเวียนเปลี่ยนวกวน เกินขุดค้นความจริงใจ ทุกสิ่งไม่ใช่ของเรา จะต้องเศร้าไปทำไม พบกันเพื่อจากไป เสี้ยวหนึ่งในความทรงจำ"

          กลอนที่นำมาเกริ่นนำท่องจำได้ตั้งแต่อายุยังไม่ยี่สิบ แต่ไม่ได้จำที่มา สมัยนั้นเมื่อรู็ว่าชอบก็ลงมือจำทันที ไม่คำนึงว่าเป็นของใคร เพาะยังไม่คิดให้เกียรติยกย่องผู้อื่น แต่เมื่อเติบโตขึ้น จึงเริ่มคิดและเมื่อแก่ตัวลงยิ่งให้ความสำคัญกับการยกย่องให้เกียรติผู้อื่นมากขึ้น

         เพลงอสงไขยสื่ออะไร เนื้อหาของเพลงที่ชอบเพราะต้องการบอกความนัยว่ากำลังคิดถึงใครหรือ เปล่า หันมาชอบเพลงนี้เพราะเห็นเด็กสาวที่มาประกวดร้องเพลง เลือกใช้เพลงนี้ ฟังเพลงที่เธอนำเสนอแล้วรู้สึกชอบทั้งเนื้อหาและทำนองลื่นไหลฟังสบายๆ ส่งความรักความคิดถึงไปกับสายลม ไม่ต้องมาตีความ เนื้อหาไม่กำกวม ไม่ได้ผูกปมอะไรให้ต้องคิดต่อ

        กระทู้"อสงไขย"บอกถึงความรู้สึกในแต่ละวัยได้ดี วัยเด็กไร้เดียงสา ชอบธรรมชาติดอกไม้หมู่แมลง จิตยังประภัสสรยังไม่มีสีแห่งความรักความเกลียด ความชังมาเปื้อนดวงใจ เพลง"บัวกลางบึง"จึงเป็นเพลงที่ติดปากร้องเล่นเสมอๆในวัยนั้น เมื่อเติบใหญ่เริ่มค้นหาเหตุผลความผิดถูก รู้จักความขัดแย้ง รู้จักโต้เถียงแสวงหาตัวอย่างมาหักล้างสิ่งที่คิดว่าไม่ใช่ จึงชอบเพลง"อย่าเกลียดบางกอก"โดยเฉพาะพ่อเกิดจังหวัดธนบุรี ซึ่งฝรั่งเรียกว่า"บางกอก" ยิ่งภูมิใจหนักหนา กรุงเทพมหานครไม่ใช่บางกอกแต่เป็น"เมืองฟ้าอมร" เมืองศัตรูเพราะเป็นเมืองของพระอินทร์ ลองไปหาชื่อเต็มๆของกรุงเทพอ่านดูสิ แม้แต่ตราศาลาว่าการกรุงเทพมหานครยังเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ

        ชีวิตในวัยทำงานกระแสความรู้สึกที่ได้รับในชีวิตประจำวันสับสนวุ่นวายกับสังคม ผู้ฅนรอบข้าง ดิ้นรนเอาชนะทางการประกอบการทุกชนิด กูต้องดีต้องแน่ต้องประสบความสำเร็จ ต้องทำได้ดีกว่ามึง ต้องตื่นตัวกับกระแสโลก พ่อรู้สึกชอบ"เพลงหัวใจชา"

        ลองหาเวลาว่างทบทวนวันเวลาที่ล่วงเลยไปแล้วดูสิ จะเห็นว่า ทุกชีวิตวุ่นวาย ที่แนะนำไม่ใช่ให้ปลง แต่ให้ปล่อยวางเสียบ้าง อย่าเครียดคร่ำเคร่งนัก ไม่มีใครรักใครปรารถนาดีกับใครเท่ากับตัวของตัวเองหรอก ยิ่งผัวด้วยแล้วอย่าไปเชื่อ ต้มยำไก่แก่หรือจะสู้ไก่รุ่นกระทงได้

        อ้าวเฮ๊ยเลื่อนเปื้อนแล้ว แหม เผลอเป็นไม่ได้ชอบเหน็บพวกสันดานเดียวกัน โถ โธ่โธ่โธ่ แก่แล้วฟันไม่ดีเคี้ยวหญ้าเหนียวๆไม่ไหวต้องอาศัยและเล็มยอดหญ้าอ่อนที่เพิ่งขึ้นมันนุ่มเหงือกหน่อยจ้า

สวัสดี อสงไขยหญ้าอ่อน
บันทึกการเข้า

siriphong
พ่อครู
Hero Member
*********

การ์ม่า: 16
กระทู้: 3,747



| Share โพสกระทู้นี้ลงทวิตเตอร์ โพสกระทู้นี้ลง facebook ของคุณ
« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2013, 21:48:15 »

             เพลง : อย่าเกลียดบางกอก
             ศิลปิน   : มรว ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์
             คำร้อง : อาจินต์ ปัญจพรรค์
             ทำนอง : เอื้อ สุนทรสนาน

             แม่คุณเอ๋ย บางกอกหรือหลอกเจ้า
ส่วนที่เขา... คนดีก็มีถม
เจ้าไปคุ้นคนพาลมารสังคม
ไม่อบรมในหมู่ของผู้ดี

             หลงทางผิดคิดประณามหยามทั่วเมือง
ขนเอาเรื่องแสนบ้ามาเสียดสี
ร้องบางกอกหลอกพร่าผลาญนารี
เผยวิธีทำร้ายทำลายคน

             ไม่ใช่พรานดังว่า... อย่าไปเชื่อ
ไม่ใช่เสือคอยคร่าอย่า... ฉงน
หัวใจซิแสนซื่อ... ไม่มือซน
ไม่โกงคนโกงคำไม่ทำใคร

             ควักหัวใจไปกรองทดลองสิ
หาตำหนิตรงไหนก็ไม่ได้
หากเจ้าพบพี่ก่อนถูกหลอนใจ
คงไม่ไปไกลบางกอกดอกแม่คุณ

<a href="http://www.youtube.com/v/qL8z3hcLMfk?version=3&amp;amp;autohide=1%22%3E" target="_blank">http://www.youtube.com/v/qL8z3hcLMfk?version=3&amp;amp;autohide=1%22%3E</a>
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 28, 2013, 21:57:18 โดย siriphong » บันทึกการเข้า

18 มงกุฏx2
Newbie
*

การ์ม่า: 0
กระทู้: 29


| Share โพสกระทู้นี้ลงทวิตเตอร์ โพสกระทู้นี้ลง facebook ของคุณ
« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2013, 22:03:46 »

              กราบนมัสการค่ะ เดี๊ยนได้ฟังอย่าเกลียดบางกอกของคุณชายถนัดศรีแล้วจั้กจี้หัวใจค่ะ แหมถ้าตอนเดี๊ยนเป็นสาวได้เจอพ่อครูตอนเป็นหนุ่มคงหลงรักบางกอกเป็นแน่เลยเจ้าค่ะ อย่ากระนั้นเลยเดี๊ยนขอร่วมสนุกด้วย ขออนุญาตนำเพลง สวัสดีบางกอก มาฝากไว้ที่นี้ด้วยนะเจ้าคะ

เพลง สวัสดีบางกอก
ศิลปิน อัจฉรา อัมพุช
คำร้อง อาจินต์ ปัญจพรรค์
ทำนอง ครูเอื้อ สุนทรสนาน   

อย่าไปเลย...บางกอกจะบอกให้
พี่เคยไปมาแล้วน้องแก้วเอ๋ย
จะบอกเจ้า...เอาบุญคนคุ้นเคย
อย่าไปเลย...บางกอกช้ำชอกใจ

คนที่นั่นคั้นแต่ตัวหัว...กะทิ
หัวใจสิแสนบ้าในหน้าใส
สวมหน้ากาก ปากซื่อเขามือไว
คอยจงใจ...ทำร้ายทำลายเรา

อย่าไปเลย...บางกอกบอกไม่เชื่อ
อยู่กับเสือดีกว่าไปหาเขา
คนบ้านนอก...คอกนาปัญญาเบา
เหมือนนกเหงา...พรานซ้ำด้วยชำนาญ

ควักหัวใจไปกิน...จนสิ้นหมด
แล้วปล่อยปลด คืนกายที่ตายด้าน
ขยี้เนื้อเหลือกายไว้...ประจาน
ต้องซมซานกลับรังตายทั้งเป็น

<a href="http://www.youtube.com/v/yqw3i4--O7w?autohide=1&amp;version=3" target="_blank">http://www.youtube.com/v/yqw3i4--O7w?autohide=1&amp;version=3</a>
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 28, 2013, 22:05:57 โดย 18 มงกุฏx2 » บันทึกการเข้า
siriphong
พ่อครู
Hero Member
*********

การ์ม่า: 16
กระทู้: 3,747



| Share โพสกระทู้นี้ลงทวิตเตอร์ โพสกระทู้นี้ลง facebook ของคุณ
« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2013, 22:26:30 »

         แหมแหมแหม เจ้ม้อยก็ น่าจะแก่กว่าพ่อด้วยซ้ำ ที่พ่อกล้ากล่าวเช่นนี้เพราะฅนอายุ๗๐ขึ้นเท่านั้นที่ใช้สรรพนามแทนตัวว่าเดี๊ยน ส่วนดิฉันนั้น ฅนอายุประมาณ๖๕เขาใช้กัน พ่อจึงประมาณการว่าเจ้ม้อยแก่กว่าพ่อด้วยประการฉะนี้ ไหนๆก็ไหนๆนำเพลง บัวกลางบึง มาลงต่อพร้อมกับเพลงแก้เสียเลย

               เพลง บัวกลางบึง
               ศิลปิน มัณฑนา โมรากุล
               คำร้อง แก้ว อัจฉริยะกุล
               ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน     

         อนาถเหลือล้ำบัวบานเหนือน้ำอยู่ห่างคน
ลับตาอยู่จนกลางบึง
ได้แต่ชะเง้อละเมอรำพึง
เจ้าอยู่ถึงกลางบึงปล่อยให้ผึ้งชื่นชม ("เชยชม")

แดดส่องผิวน้ำบัวพลอยหมองคล้ำด้วยแดดเผา
สีเจ้าก็เศร้าด้วยลม
ตกดึกน้ำน้อยนอนคอยคนชม
เจ้าต้องคลุกโคลนตม กลีบที่บ่มโรยรา

* บัวน้อยลอยอยู่กลางบึง
ครั้นคนเอื้อมไม่ถึงมีฝูงผึ้งบินมา
อยากพักพิงบนหิ้งบูชา
เขาไม่ปรารถนาแล้วจะว่าเขาแกล้ง

โธ่ อยู่ไกลหนักหนา
ดังซ่อนหลบตาแอบแฝง ("บัวซ่อน")
หากปล่อยทิ้งไว้พอใจแมลง
สิ้นกลิ่นสีโรยแรงแล้วคงเหี่ยวแห้งคาบึง

<a href="http://www.youtube.com/v/xDAMRZvQuGk?autohide=1&amp;version=3" target="_blank">http://www.youtube.com/v/xDAMRZvQuGk?autohide=1&amp;version=3</a>

            เพลง บัวกลางบึง
            ศิลปิน สมศักดิ์ เทพานนท์

       จะเปรียบเหมือนแม้นนารีโฉมศรีอยู่ห่างชาย
แม้ชายกล้ำกรายไม่ถึง
จะเปรียบเหมือนแม้นดังบัวกลางบึง
เจ้าจะสวยตราตรึงเด่นเป็นหนึ่งยียวน

เด่นอยู่ลิบนักชายใดหมายรักยากหนักหนา
เพราะชายไม่กล้าลามลวน
หากบุกรุกล้ำจะทำเกินควร
ต้องยับยั้งรัญจวนอกชายป่วนเจียนตาย

บัวนั้นเปรียบดั่งสตรี
สวยงามเลิศนารีเกินสูงที่ชายหมาย
อยู่ถึงกลางบึงเปลี่ยวใจกาย
เฉาโรยกลีบสลายช้ำใจตายเสียแน่

เอื้อมเด็ดบัวไม่สม
จำต้องเก็บชมจอกแหน
ปล่อยปละละไว้บัวไกลตาแล
โอ้บัวน้อยเดียวแดเคล้าเคลียได้แต่แมลง

<a href="http://www.youtube.com/v/HNSfLfXhcFI?autohide=1&amp;version=3" target="_blank">http://www.youtube.com/v/HNSfLfXhcFI?autohide=1&amp;version=3</a>

          เพลงบัวกลางบึง เพลงนี้ เป็นเพลงอมตะ อีกเพลงหนึ่ง ที่ ครูแก้ว อัจฉริยะกุล เลือกใช้คำธรรมดาๆ เป็นภาษาง่ายๆ ไม่ต้องมีศัพท์แสงให้ตีความ โดยเปรียบเทียบ อุปมา ว่า ผู้หญิง เปรียบเหมือน ดอกบัว ที่บานอยู่กลางบึง ลับตาคน ไม่มีใครหรือผู้ชายคนใดมองเห็น ต้องโดนแดดเผา และคลุกโคลนตม เมื่อน้ำในบึงลดแห้งลง จึงต้องปล่อยให้ ผึ้ง หรือ แมลง เชยชม
       
          ครูแก้ว อัจฉริยะกุล ใช้โวหาร เกี้ยวพาราสี ในทำนองชักชวน หญิงสาว ให้หันมาตกลงปลงใจด้วย แทนที่จะยอมเป็น สมาชิก หมู่บ้านคานทองนิเวศน์ จนตาย ซึ่งเป็นลักษณะวิธีการจีบสาวของ ผู้ชายเจ้าชู้ ที่แสนจะคลาสสิกมาก
       
       โดยเริ่มต้นด้วยการอารัมภบทว่า...อนาถเหลือล้ำ บัวบานเหนือน้ำ อยู่ห่างคน ลับตาอยู่จนกลางบึง
       
       ได้แต่ชะเง้อละเมอรำพึง เจ้าอยู่ถึงกลางบึง ปล่อยให้ผึ้งเชยชม บัวน้อย ลอยอยู่กลางบึง ครั้นคนเอื้อมไม่ถึง มีฝูงผึ้งบินมา อยากพักพิงบนหิ้งบูชา เขาไม่ปรารถนา แล้วจะว่าเขาแกล้ง
       
          แล้ว สรุปลงท้ายอย่างเก๋ไก๋ ว่า...หากปล่อยทิ้งไว้ พอใจแมลง สิ้นกลิ่นสีโรยแรง แล้วคง เหี่ยวแห้งคาบึง
       
       หรืออาจจะตีความหมายว่าเป็น ผู้หญิงที่สูงศักดิ์ เปรียบเหมือน ดอกบัว ที่อยู่กลางบึงไกลสุดเอื้อม หรืออยู่สูงเกินกว่าที่ผู้ชายจะเอื้อมถึง
       
       เหมือนดังเนื้อเพลง เพลงบัวกลางบึง เนื้อสำหรับผู้ชาย ที่ ครูสมศักดิ์ เทพานนท์ แต่งเอง ร้องเอง ซึ่งมีความไพเราะและได้รับความนิยมไม่แพ้กันเลย

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 28, 2013, 22:34:47 โดย siriphong » บันทึกการเข้า

siriphong
พ่อครู
Hero Member
*********

การ์ม่า: 16
กระทู้: 3,747



| Share โพสกระทู้นี้ลงทวิตเตอร์ โพสกระทู้นี้ลง facebook ของคุณ
« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2013, 22:37:36 »

          เพลง หัวใจชา
          ศิลปิน ดาวใจ ไพจิตร

     ฉัน พลาดถลำ เธออย่าซ้ำเลย
ครั้งเก่าเราเคยร่วมสุขสม
เผลอมอบกายใจให้เธอชื่นชม
หลงอารมณ์จมในไฟเสน่หา
..ฉันสร้างสวรรค์อันสุขสันต์จน
พร้อมสิ่งเปรอปรนคนอิจฉา
เพราะเหตุใดกันจึงลืมสัญญา
โถยังมา เป็นมารคอยพาลทำลาย
..กายเธอใครเคยครอง
ผอง แผ้วทางชีวาสดใส
วันวนเวียนพาเปลี่ยนไป
ช้ำ ฤทัยในคำกล่าวลา
คำเปรียบเปรยเย้ยหยัน
ไม่สำ-คัญเท่าไหร่หรอกหนา
ถึงเธอหยามคนจนสิ้นราคา
ปวดชา หัวใจ
..ฉัน พลาดถลำ เธออย่าซ้ำเลย
ครั้งเก่าเราเคยร่วมสุขสม
เผลอมอบกายใจให้เธอชื่นชม
หลงอารมณ์จมในไฟเสน่หา
..ฉันสร้างสวรรค์อันสุขสันต์จน
พร้อมสิ่งเปรอปรนคนอิจฉา
เพราะเหตุใดกันจึงลืมสัญญา
โถยังมา เป็นมารคอยพาลทำลาย
..กายเธอใครเคยครอง
ผอง แผ้วทางชีวาสดใส
วันวนเวียนพาเปลี่ยนไป
ช้ำ ฤทัยในคำกล่าวลา
คำเปรียบเปรยเย้ยหยัน
ไม่สำ-คัญเท่าไหร่หรอกหนา
ถึงเธอหยามคนจนสิ้นราคา
ปวดชา หัวใจ..

<a href="http://www.youtube.com/v/bidf2gyx8-c?version=3&amp;autohide=1" target="_blank">http://www.youtube.com/v/bidf2gyx8-c?version=3&amp;autohide=1</a>
บันทึกการเข้า

tawan52
Jr. Member
**

การ์ม่า: 0
กระทู้: 99



| Share โพสกระทู้นี้ลงทวิตเตอร์ โพสกระทู้นี้ลง facebook ของคุณ
« ตอบ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2013, 22:52:55 »

กราบนมัสการด้วยความเคารพ
         ฟังเพลงหัวใจชา แล้วคุ้นๆว่าเคยฟังเพราะชอบทำนองเพลง(ไม่เคยจำชื่อเพลง) แต่ไม่ใช่คุณไพรจิตรร้องแน่ๆ
เพราะไม่ชอบเสียงเธอ เสียงเธอแหลมลองถามอากู๋ใช่เลยวงเพื่อนเคยนำมาร้อง(ไม่รู้ใครร้องก่อน) เปิดยูทูบวงเพื่อน
ร้องเพลงนี้ มโนภาพก็ย้อนกลับไปในอดีตว่าเคยไปดู(ฟรี)วงเพื่อนแสดงที่ลานจอดรถหลังสยามเซ็นเตอร์ใกล้ๆกับรร.
สยามอินเตอร์คอนติเนนตัล ใส่เสื้อโปโลสีดำพับคอปกขึ้นกางเกงยีนสีดำ รองเท้าเชคโกหนังกลับหล่ออย่าบอกใคร
(สมัยนี้คงต้องบอกว่าเป็นแฟนคลับวงเพื่อนคงจะได้)
                                                                กราบเท้าพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูง
                                                                     เกรียงไกร
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF