วีธีร พ่อหมอ เตรียมแจกใหญ่

วีธีร พ่อหมอ เตรียมแจกใหญ่ มีกติกา เตรียมติดตามครับ

รางวัลชีวิต

When you plant a seed of love, it is you that blossoms.

ใช้ชีวิตให้เป็นของขวัญ ไม่ใช่ใช้ชีวิตเพื่อเป็นการลงโทษตัวเอง ชีวิตสั้นเกินกว่าที่จะไม่ทำให้มีความสุขในทุกวันที่ลมหายใจยังคงอยู่

ใครจะคิดวิจารณ์การใช้ชีวิตของเราไปในทิศทางใดไม่ต้องสนใจ เชื่อมโยงทุกอย่างกับความคิดบวก ทำตามความต้องการที่หัวใจเรียกร้องไม่ต้องสนใจอะไรทั้งสิ้น มุ่งกระทำสิ่งที่ดีที่สุดเสพให้สำลักความสุข

ในเมื่อการสร้างความสุขให้ชีวิตของเรา ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ร่วมสังคม ไม่ผิดกฏหมายบ้านเมือง เป็นอันว่าใช้ได้

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

สำคัญที่ใจ

Not all those who wander are lost.

” สำคัญที่ใจ “

สร้างและละ ด้วยการกระทำของตัวเอง ถ้าความคิดมีแต่เรื่องไร้สาระ ” สติ เป็นเครื่องยับยั้งที่ดีที่สุด ” ทุกความคิดอยู่ได้ไม่นาน เกิดขึ้นใหม่ได้ตลอด จงเลือกเฉพาะความคิดที่สร้างประโยชน์เท่านั้น

แค่คิดได้ รีบเปลี่ยนแปลงแก้ไข ทิ้งพฤติกรรมเดิม เริ่มกระทำใหม่ในสิ่งที่เกิดผลดีกับชีวิต เท่านี้ก็สุขแล้ว

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

An so it begins…

” Our Souls should be like a transparent crystal through which God can be perceived.

ตั้งแต่พ่อได้รับการร้องขอแบ่งปันมหาราชินีลิลิธที่พ่อสร้างเป็นเนื้อนวโลหะหล่อขนาดบูชาห้อยพกพาติดตัว ขึ้นเป็นฅนแรกของประเทศไทย จากผู้ที่เชื่อถือศรัทธาในพระนางที่อยู่ต่างประเทศแถบยุโรป

พ่อกับลูกๆใช้เวลาสองสัปดาห์เต็มๆค้นหาเหรียญหล่อมหาราชินีลิลิธที่อาคารตั้งรูปเคารพ

วันเสาร์ที่ ๒๘ สิงหาคม ปี ๒๐๒๑ ค้นในตู้เก็บวัตถุรูปเคารพได้มหาราชินีลิลิธหล่อเนื้อนวโลหะจำนวนหนึ่งไม่มาก

พ่อจึงให้ลูกๆจัดตั้งพิธีอธิษฐานจิตขออิทธิพลังความเข้มขลังของพระนางในช่วงค่ำ เสร็จพิธีแล้วพ่อมอบให้วีธีรพ่อหมอ จัดส่งให้ผู้ที่ลงชื่อแสดงความต้องการต่อไป

ขอท่านที่ได้รับรูปเคารพมหาราชินีลิลิธ จงพบความสมบูรณ์เพิ่มพูนสุขตามที่ท่านตั้งปรารถนาทุกประการสาธุ

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

ครูผู้เปรียบเสมือนพ่อ

พ่อรู้จักคุณครูตั้งแต่ตัวพ่อเริ่มจำความได้ คุณครูมอบความเมตตาให้ตัวพ่อมาตั้งแต่ยังเยาว์ กระทั่งพ่อเข้าเรียนเป็นนักเรียนโรงเรียนนาฏศิลป

พ่อเริ่มได้รับมอบโอกาสรับใช้ใกล้ชิดคุณครูตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๕ เพราะคุณครูเห็นแววที่พ่อไม่เหมือนใคร เช่น นำดินมาปั้นหัวฤๅษีตั้งแต่พ่ออายุได้เพียงห้าขวบ ชอบไหว้พระสวดมนต์

ทุกวันพฤหัสบดีหลังจากที่คุณครูไหว้พระสวดมนต์เสร็จ ห้องพระที่บ้านคุณครูนั้นท่านจะเริ่มกดพิมพ์ปั๊มขึ้นรูปพ่อแก่ไว้สำหรับมอบให้ผู้รับการครอบจากท่านในพิธีไหว้ครู ตัวพ่อจะทำหน้าที่ช่วยคุณครูผสมผงมวลสารหยิบปั้นเป็นก่อนให้พอดีพิมพ์ส่งให้ท่าน

พ่อได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ช่วยพิธีกร เมื่อคุณครูกรุณาเป็นพิธีกรทำพิธีให้ศิลปินนอกกรมศิลปากร พ่อมีโอกาสร่วมช่วยงานคุณครูในพิธีสะเดาะพระเคราะห์ที่วัดแคนางเลิ้ง สมัยหลวงปู่ธูปยังอยู่

” หนู เขามีความรู้ความสามารถ ทำทุกอย่างได้ดี เสียดายที่ หนู เขาอายุยังไม่ถึงสามสิบเท่านั้น ” ประโยคคำพูดของคุณครูที่ท่านเมตตาตอบ เมื่อมีผู้ถามถึงตัวพ่อ

บุคลิกประจำตัวที่โดดเด่นของคุณครูที่นอกเหนือความสง่างาม คือ คุณครูไม่กล่าวคำที่ไม่สุภาพ แม้แต่คำว่า ” ไม่ดี ” มีรุ่นพี่ของพ่อฅนหนึ่ง ทำสิ่งขัดหูขัดตา

คุณครูตอบผู้ที่นำเรื่องมาเรียนให้คุณครูทราบ ชนิดที่ผู้ฟังคาดไม่ถึงว่า ” เจ้า….เขาเป็นผู้ใฝ่หาความรู้ เขาก็แค่น้ำที่ล้นออกจากแก้วเท่านั้นแหละ “

คุณครูของพ่อ ท่านจึงเป็นครูโขนที่อยู่ในดวงใจของทุกฅน ชีวิตของคุณครูงามพร้อมทุกประการ ไม่เพียงแค่ ” รำงาม ” สำหรับพ่อกล่าวได้เต็มปากเต็มคำจากหัวใจว่า ” คุณครูคือศิลปินที่ปรีชา ผู้ปั้นดินที่ไร้ค่าให้เป็นฅน ”

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

บารมีองค์พระมหาเทพ

The mind has to be empty, to see clearly.
God is frequency that exists within you,take back you power.

ความเชื่อถือศรัทธาเป็นเรื่องเฉพาะตน ผู้ไม่เชื่อถือไม่ใช่ผู้ที่ผิดแปลกอะไร เขาแค่ต้องการพิสูจน์ด้วยประสบการณ์จริงที่เกิดกับตัวเขาเท่านั้น

อดีตพ่อเป็นฅนไม่เชื่อถืออะไรเลย แต่เมื่อเห็นด้วยตาเนื้อได้ยินด้วยหูของตัวเอง พฤติกรรมที่เหมือนฅนบ้าที่เป็นอยู่นานนับเป็นเดือน สามารถหายได้ด้วยเสียงบอกที่หูว่าให้ไปซื้อรูปเทพแขกมาไว้บนหัวเตียงแค่ใบเดียว
ตั้งแต่วันนั้น พ่อบอกตัวเองว่า กูจะเลือกเชื่อถือศรัทธาเฉพาะ พระอิศวร พระอุมา พระคเณศ เท่านั้น

เมื่อคิดเช่นนั้นจึงเริ่มทำสมาธิยึดองค์ภาวนา ” โอมนมัสศิวา ” ภาพนิมิตรที่ปรากฏขณะเจริญภาวนา เห็นองค์พระอิศวรหน้าตาดุ มีเขี้ยวทุกครั้ง เมื่อถามผู้ใหญ่ไม่มีใครตอบได้กลับมองพ่อว่าคิดสร้างนิมิตรขึ้นเอง
ก่อนจะเกิดเหตุทั้งหมดนั้นพ่อบูชาหัวโขนพ่อแก่กับปู่องค์พระอยู่ทุกวันตั้งแต่เริ่มจำความได้ มีใจรักผูกพันกับหัวโขนพ่อครูทั้งสองมาก่อน เพราะแม่นำให้ทำตาม ซึ่งช่วงต้นปีพ.ศ. ๒๕๐๐ ไม่มีใครเคยบอกด้วยว่าปู่องค์พระ คือ พระอิศวรอวตารปาง ” มหากาลไภรวะ “

วันหนึ่งเหมือนมีอะไรมาดลใจให้ขึ้นไปดูภาพจิตรกรรมที่บานหน้าต่างพระอุโบสถบวรสถานสุทธาวาส ( ขณะนั้นยังไม่ได้บูรณะ )

ที่หน้าต่างสามบานของพระอุโบสถด้านขวาองค์พระประทานให้ความกระจ่างสิ้นข้อสงสัย

มาเมื่อริหัดทำหัวโขน ไม่ได้เริ่มจากมงกุฎชฎา พอเริ่มคิดก็นำดินเหนียวหัดปั้นหุ่นหัวโขนองค์พระ ประเดิมขึ้นเป็นหัวแรกของชีวิต

ปัจจุบันหัวหุ่นดินปั้นหัวแรก พ่อสำรอกหล่อขึ้นเป็นโลหะ บูชาเป็นครูช่างหัวโขนมากระทั่งทุกวันนี้ ส่วนดินของหุ่นก็นำเป็นมวลสารสร้างวัตถุรูปเคารพสัญลักษณ์แทนครู ” องค์พระพิราพ ” ออกเผยแพร่

มนุษย์กำหนดไม่เท่าฟ้าบันดาล ทุกอย่างได้ถูกกำหนดไว้แล้ว แค่คุณทำตามสิ่งที่ข้างในบอกคุณเท่านั้น

พลังจักรวาล เหนือโลกเหนือความคาดหมายรอคุณพิสูจน์

๐ โอม นมัสศิวา วันทิตะวา อะสุระเทพานัง มะหันตะพะลัง อันตะรายัง วินาสสันติ ๐ ขอองค์พระอิศวรมหากาลไภรวะ ” พระพิราพ ” เมตตาขจัดปัดเป่าสิ่งไม่พึงประสงค์ ให้ชีวิตทุกท่านดำรงอยู่ด้วยความสวัสดี สาธุ

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

ผู้มีปัญญาคิดแต่ไม่ขยาย

ฅนฉลาดไม่แสดงออกในเรื่องที่คิด ผู้ร่วมสังคมบางฅนทำให้ต้องระมัดระวัง จุดเปลี่ยนกำลังสอนให้รู้ว่า คุณควรใส่ใจกับเรื่องอะไร เรื่องใดควรปล่อยผ่าน สิ่งที่ควรกระทำมีเพียงเรื่องเดียว คือ รักปรารถนาดีกับตัวเองให้มากที่สุด

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

อุมาฉายศรี การณ์กรณีย์

ประสพการณ์ตรงของ อุมาฉายศรีการณ์กรณีย์ ที่เรียบเรียงเล่าตามลำดับขึ้นสี่ตอนนั้น เพื่อประโยชน์ให้ผู้อ่านได้ประมวลข้อคิดดังนี้

เรื่องฅนมีองค์ ขึ้นอยู่กับสายใยสัญญาเดิมที่ผูกพันกันมาในอดีต ไม่สานต่อก็ไม่เป็นไร แค่เป็นฅนดีเท่านั้น คำว่า ” ผู้ประพฤติดี ” ใครทำได้ย่อมเป็นเกราะคุ้มครองป้องกันไม่ให้ตกต่ำ พบความสุขสมบูรณ์ตลอดชีวิตกระทั่งสิ้นอายุขัย

ชีวิตฅนมีองค์ เหมือนฅนที่ต้องชดใช้ลบล้างกรรมเก่า การดำเนินชีวิตระยะแรกมักพบอุปสรรค มีความขุ่นเคืองขัดข้องที่ต้องเผชิญ เอาชนะให้ได้ ” ไม่มีใครตาย เพราะรับเศษกรรมเก่าไม่ได้ ” กรรมเก่าผีไม่ได้แช่งเทพยดาไม่ได้สาป ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้าของชีวิตล้วนกระทำไว้เองทั้งหมด เพียงระลึกไม่ได้ หลีกเลี่ยงไม่พ้นเท่านั้น

พ่อขอเรียนให้ทราบว่า พ่อไม่เคยขึ้นขันรับองค์ลงประทับ เข้าพิธีใดใดกับใครทั้งสิ้น พ่อมีชีวิติที่ดีเจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ เพราะ พ่อแม่ครูอาจารย์ พลังเหนือโลกเหนือความคาดหมายเมตตา

ตลอดชีวิตพ่อมีครั้งเดียวเท่านั้น ที่พลังเหนือโลกเหนือความคาดหมายเมตตามาใช้สังขารร่างกาย ฅนมีองค์พลังงานแฝงไม่ได้มีเพียงพลังงานเดียวที่ดูแล ยกตัวอย่างตามที่พ่อเขียนเล่านี่แหละ ท่านอ่านแล้วคิดพิจารณาตามย่อมทราบ

ฅนมีองค์ ควรตั้งตนอยู่บนความไม่ประมาท ควบคุมสติให้มั่น อย่าปล่อยร่างกายให้คล้อยตามความรู้สึก รักษากิริยาให้เข้มงวด ” เป็นตัวของตัวเองดีที่สุด ” ดำเนินชีวิตอยู่ในกรอบของขนบธรรมเนียมประเพณีในสังคมที่ร่วมใช้ชีวิตยอมรับว่าทำดีทำงาม เตือนตัวเองเสมอว่า “

ฅนมีองค์ไม่ใช่ยอดมนุษย์ผู้วิเศษ ” ฅนมีองค์มีหน้าที่สำคัญต้องบำเพ็ญทานสร้างกองการกุศล ” อย่างใช้ปัญญาไตร่ตรองให้คุ้มค่า มีประโยชน์กับผู้ร่วมเกิดแก่เจ็บตายอย่างแท้จริง เห็นผลทันตาไม่ใช่รอรับผลชาติหน้า ” ในเครื่องหมายคำพูดนี้สำคัญยิ่ง

ยึดมั่นศาสนธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นสำคัญในการดำเนินชีวิต อย่าหลงทาง บ้าบุญ จะเป็นเหยื่อของผู้ที่คิดวิธีวางเบ็ดมาดีแล้ว

ที่ตะเพิดผู้อยากรู้เรื่องราวในอดีตว่า ” ไม่ใช่เรื่องของมึง ” เพราะ เป็นเรื่องของฅนรุ่นก่อน ซึ่งผ่านไปแล้ว ผู้ที่เกิดภายหลังไม่มีส่วนร่วม จะรู้เพื่อประโยชน์อะไร ทำหน้าที่ปัจจุบันของตนให้เต็มกำลังความสามารถเถิด

ที่เขียนเล่ามาสี่ตอนเป็นเพียงประสพการณ์ตรงที่เกิดขึ้นกับตัวพ่อในแผ่นดินวังหน้าเท่านั้น เรื่องราวภายนอกที่ประสพพบเจอ ที่ไม่ได้เขียนเล่ามีอีกมากมาย

หัวใจสำคัญของเรื่องอุมาฉายศรี การณ์กรณีย์ คือ ประเทศชาติบ้านเมืองอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเรา มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทพยดา บูรพมหากษัตริยาธิราช ผู้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้ผืนแผ่นดินไทยในอดีต เมตตาพิทักษ์รักษาปกป้องคุ้มครอง จึงควรสำนึกถึงเรื่องความกตัญญู รู้กระทำการตอบแทนพระคุณ

เรื่องใหญ่มักกลับกลายเป็นเรื่องเล็ก เรื่องร้ายกลายเป็นเรื่องดี ในทุกวิกฤติสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นกว่าเดิมเสมอ เพราะ เมตตาบารมีของท่านผู้พิทักษ์รักษา

อ่านเรื่องที่เขียนเล่าแค่ประดับความรู้ไม่ต้องเชื่อ สิ่งที่ผู้อ่านทุกท่านสมควรเชื่อ คือ กฏแห่งกรรม ” การกระทำดีของตน “

ขอบพระคุณที่กรุณาติดตามอ่านครับท่าน
ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ
ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำสูงต่ำอยู่ที่กระทำตัว
โชคคดีเสมอครับท่านที่เคารพ

อุมาฉายศรีตอนสำคัญ


Don’t be shy to be yourself.
Be the way you want to be.
Be different.
Be unique.

ต้นภาคเรียนแรกปีพ.ศ. ๒๕๑๖ ที่ห้องเรียนชั้นกลางปีที่ ๒ ขณะที่พ่อเขียนกระดานหน้าห้องเรียน มีลมพัดจากพระอุโบสถพระแก้ววังหน้าด้านทิศตะวันตก ผ่านเข้าประตูห้องเรียนมาโดนตัว พ่อรู้สึกหนาวจับเข้าขั้วหัวใจ พ่อล้มฟาดลงบนพื้นหน้าห้อง ไม่รู้สึกตัว

มาได้สติตอนที่อาจารย์….เรียกชื่อ พ่อนอนอยู่บนม้ายาวหน้าห้องเรียน อาจารย์…..ส่งธูปที่อาจารย์จุดให้พ่อรับมาถือ พร้อมบอกให้พ่อตั้งจิตอธิษฐานขอบารมีพระปิ่นเกล้าคุ้มครอง แล้วนำลงไปพักที่พื้นดินหน้าอาคารเรียนหลังพระอุโบสถ

พ่อกลับขึ้นมาที่ห้องพักครู อาจารย์….เล่าให้พ่อฟังว่า ” ตอนที่หนูไม่รู้สึกตัว ( ท่านดาวเรือง ) มาประทับร่างของหนู ท่านบอกว่าปีนี้จะเกิดเลือดนองแผ่นดินที่หน้าวังบวร ปีหน้าจะเกิดความวุ่นวายในโรงเรียน พ่อแค่รับทราบ จากนั้นไม่นานเกินรอ เกิดเหตุการณ์ วันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖

ปีพ.ศ. ๒๕๑๗ พ่ออยู่ชั้นกลางปีที่สามเป็นครูฝึกสอน งานไหว้ครูโขนละครปีนั้น เด็กนักเรียนชั้นต้นที่ร่วมพิธี มีพลังงานเหนือโลกเหนือความคาดหมายลงประทับหลายฅน

พลังงานที่มาเข้าประทับบอกกล่าวหลายเรื่องราว พลังงานหลายดวงผลัดกันสลับเข้าร่างเด็กหลายฅน ตลอดระยะเวลาเกือบทั้งวัน เมื่อโรงเรียนเลิกเรียน ท่านก็เลิกประทับ เด็กๆกลับบ้านเป็นปกติ แต่

พอรุ่งขึ้นเมื่อนักเรียนมาโรงเรียนท่านก็เข้าประทับอีก มาระยะหลังไม่ลงประทับร่างเด็กในห้องเรียน แต่พาร่างเด็กที่ลงประทับวิ่งขึ้นไปในพระอุโบสถวังหน้า เป็นเช่นนี้ติดต่อกันหลายวัน

พ่อบอกอาจารย์….ว่าไม่ใช่วิญญาณที่อื่นแน่นอน ผีที่ไหนจะเข้าสิงฅนในพระอุโบสถ มีคุณครูผู้ใหญ่ มาช่วยกันเจรจา เหตุการณ์เริ่มคลี่คลาย เวลาลงประทับในวันท้ายๆ ไม่แสดงความดุเกรี้ยวกราดรุนแรงเหมือนช่วงแรกๆ

กระทั่งวันสุดท้ายแห่งการลงประทับร่างเด็กวันนั้นพ่อเข้าโรงเรียนช้ากว่าปกติถึงโรงเรียนประมาณเจ็ดโมงเช้า ” น้าเสริม ” ยามที่ป้อมยามหน้าประตูโรงเรียน พอเห็นพ่อผ่านเข้าประตูโรงเรียนก็รีบเข้ามาบอกว่า ” หนู เมื่อกี้ เด็กนักเรียนหญิงพอเดินผ่านป้อมยามก็ทิ้งกระเป๋า ร้องกรี๊ดวิ่งขึ้นบันไดเข้าไปในโบสถ

พ่อรีบตามขึ้นไป พบเด็กหญิงนั่งหันหน้าเข้าหาพระประธาน กำลังรวบผมตัวเองเกล้าเป็นมวยให้อยู่ที่ท้ายทอย

พ่อขาดสติพลั้งปากพูดออกไปว่า ” อะไรกันนักหนานี่ ชวนกันมาเข้าร่างเด็กไม่ยอมเลิกลา “

พลังงานที่แฝงเด็กหญิงหันมาหาพ่อแล้วพูดว่า ” เราเป็นพราหมณ์ของวังหน้า ที่พากันมาแฝงร่างเด็กนั้นล้วนเป็นเจ้านายในวังหน้า ที่มาเพื่อบอกให้รู้ว่าที่นี่พวกท่านยังประทับอยู่ ทำอะไรให้ระมัดระวัง ต่อไปนี้จะไม่มาให้วุ่นวายอีกแล้ว ” เมื่อท่านพูดกับพ่อเสร็จ เด็กนักเรียนหญิงฅนนั้นก็หันหน้าเข้าไปที่พระประธาน กราบสามครั้งแล้วฟุบลง พ่อลงกราบแล้วช่วยแก้ไขเด็กหญิงฅนนั้นกระทั่งรู้สึกตัว

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาไม่มีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นอีกเลยกระทั่งวันนี้ ท่านผู้รู้เห็นเหตุการณ์ครั้งนั้น สงบนิ่งไม่พูดเล่าบอกต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น นานหลายปีเข้า เมื่อเด็กรุ่นใหม่ทราบระแคะระคาย พยายามสืบถามเพื่อรื้อฟื้นเรื่องราวในอดีต ผู้ใหญ่ที่ถูกถามกลับปฏิเสธ บางท่านโดนรบเร้าหนักท่านจึงแนะนำว่า ถ้ากล้าพอก็เข้าไปถามอาจารย์หนูก็แล้วกัน

มีผู้ใจกล้ามาพบพ่อเหมือนกัน แต่พออ้าปากถาม พ่อตะเพิดไล่กลับแทบไม่ทันว่า ” ไม่ใช่เรื่องของมึง “

เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปีนั้น เมื่อทุกอย่างสงบเรียบร้อย ผู้บริหารสั่งให้สร้างแท่นสี่เหลี่ยมประมาณเจ็ดสิบเซนตั้งขึ้นใจกลางพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส ตามที่ลูกๆผู้เข้าร่วมพิธีไหว้ครูประจำปีของพ่อที่พระอุโบสถวัดพระแก้ววังหน้าเห็นกันนั่นแหละ ว่าก่อนเริ่มพิธีพ่อต้องนำพวงมาลัยข้อพระกรที่สั่งทำเป็นพิเศษ ไปวางที่แท่นกลางพระอุโบสถกราบแสดงความเคารพเสร็จแล้ว จึงมาจุดเทียนชัยเริ่มพิธีไหว้ครู

กรุณาติดตามอ่านกระทู้ต่อไป จะเขียนเล่าว่าทำไมไล่ตะเพิดผู้ที่อยากรู้เรื่องในอดีตว่า ” ไม่ใช่เรื่องของมึง “