อ่านไม่สนุกแค่ทะลุทะลวงความคิด ตอนสาม

” เสพสมบ่มหนี้สิน ” บ้านพร้อมที่ดิน เครื่องประดับเรือน รถยนต์ ภรรยา ล้วนได้มาด้วยเงินผ่อน จ่ายไปเท่าไรแล้วทำไมหนี้รักไม่เบาบางลงเสียที เพราะคุณนั่นแหละต้องการโน่นอยากได้นี่ ต่างโทษกันและกัน ประโคมจัดงานสละโสดขังตัวเองอย่างมโหฬาร ยอมเสียหน้าไม่ได้ แขกผู้ทรงเกียรติที่มาร่วมงาน ประเดี๋ยวเขาก็ต้องพบงานที่จัดแบบนี้ในสถานที่ต่อไป วางแผนจัดงานอวดเสียเวลาหลายวัน เขาไม่จดจำให้เปลืองสมอง

เสียงหนึ่งที่ไม่จางหาย ” จะอยู่ด้วยกันไปได้สักกี่น้ำ คอยดดูไปสิ ” ปากชาวบ้านไม่พูดให้ใครดีกว่าตน ถนัดแต่ใส่ร้ายละเลงสีป้ายผู้อื่น สังคมมีแต่ใส่หน้ากากเข้าหากัน ยิ้มหวานพูดจารื่นหู ในใจอยากจะขย้ำให้แหลกคามือ พูดเสียงดังคำโต คือ คำหยาบ เสเสร้งเกล้งเป่าคารมนิยมเชื่อถือ ” กูก็รู้ว่ามึงแกล้งสรรเสริญเยินยอ แต่กูก็ชอบ ” ชีวิตคู่ คือ ละครที่ต้องร่วมกันแสดงให้ผู้ชมดูว่าดีมีความสุขสมหวังไปทุกเรื่อง ห้ามแสดงความจริงให้ปรากฏ ผู้ชมเขาใจดำพอที่จะไม่แสดงความเห็นใจ ที่ผู้ชมเขารอมอบให้ คือ ถ้อยคำกระหน่ำซ้ำเติม ” กูว่าแล้ว ผิดปากกูเสียที่ไหน ” นี่แหละรสชาติของชีวิตคู่

กรุณาติดตามตอนที่สี่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *