ครูผู้เปรียบเสมือนพ่อ

พ่อรู้จักคุณครูตั้งแต่ตัวพ่อเริ่มจำความได้ คุณครูมอบความเมตตาให้ตัวพ่อมาตั้งแต่ยังเยาว์ กระทั่งพ่อเข้าเรียนเป็นนักเรียนโรงเรียนนาฏศิลป

พ่อเริ่มได้รับมอบโอกาสรับใช้ใกล้ชิดคุณครูตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๕ เพราะคุณครูเห็นแววที่พ่อไม่เหมือนใคร เช่น นำดินมาปั้นหัวฤๅษีตั้งแต่พ่ออายุได้เพียงห้าขวบ ชอบไหว้พระสวดมนต์

ทุกวันพฤหัสบดีหลังจากที่คุณครูไหว้พระสวดมนต์เสร็จ ห้องพระที่บ้านคุณครูนั้นท่านจะเริ่มกดพิมพ์ปั๊มขึ้นรูปพ่อแก่ไว้สำหรับมอบให้ผู้รับการครอบจากท่านในพิธีไหว้ครู ตัวพ่อจะทำหน้าที่ช่วยคุณครูผสมผงมวลสารหยิบปั้นเป็นก่อนให้พอดีพิมพ์ส่งให้ท่าน

พ่อได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ช่วยพิธีกร เมื่อคุณครูกรุณาเป็นพิธีกรทำพิธีให้ศิลปินนอกกรมศิลปากร พ่อมีโอกาสร่วมช่วยงานคุณครูในพิธีสะเดาะพระเคราะห์ที่วัดแคนางเลิ้ง สมัยหลวงปู่ธูปยังอยู่

” หนู เขามีความรู้ความสามารถ ทำทุกอย่างได้ดี เสียดายที่ หนู เขาอายุยังไม่ถึงสามสิบเท่านั้น ” ประโยคคำพูดของคุณครูที่ท่านเมตตาตอบ เมื่อมีผู้ถามถึงตัวพ่อ

บุคลิกประจำตัวที่โดดเด่นของคุณครูที่นอกเหนือความสง่างาม คือ คุณครูไม่กล่าวคำที่ไม่สุภาพ แม้แต่คำว่า ” ไม่ดี ” มีรุ่นพี่ของพ่อฅนหนึ่ง ทำสิ่งขัดหูขัดตา

คุณครูตอบผู้ที่นำเรื่องมาเรียนให้คุณครูทราบ ชนิดที่ผู้ฟังคาดไม่ถึงว่า ” เจ้า….เขาเป็นผู้ใฝ่หาความรู้ เขาก็แค่น้ำที่ล้นออกจากแก้วเท่านั้นแหละ “

คุณครูของพ่อ ท่านจึงเป็นครูโขนที่อยู่ในดวงใจของทุกฅน ชีวิตของคุณครูงามพร้อมทุกประการ ไม่เพียงแค่ ” รำงาม ” สำหรับพ่อกล่าวได้เต็มปากเต็มคำจากหัวใจว่า ” คุณครูคือศิลปินที่ปรีชา ผู้ปั้นดินที่ไร้ค่าให้เป็นฅน ”

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *