มีศักดิ์ศรีเพราะพระอุมาฉายแสง

You just listen to your own heart.
This is your only teacher.
Do begin to day ,
don’t delay for tomorrow none has seen.

จากวันที่เริ่มเห็นพลังงานเร้นลับในแผ่นดินเกิด วันหนึ่งเกิดสิ่งที่ไม่น่าเห็นขึ้นที่วัดแห่งหนึ่ง ชายวัยรุ่นไปเผาศพเพื่อนเรียนร่วมชั้นต้นปีที่ ๒ก. ระหว่างรอทอดผ้าบังสุกุล เขาเกิดเห็นศพเพื่อนที่นอนอยู่ในโรงบนเมรุ ไม่สวมเสื้อผ้า นุ่งกางเกงในสีขาวเพียงตัวเดียวเท่านั้น เขาอดรนทนไม่ได้ต้องถามเพื่อพิสูจน์

เขาเดินไปถามคุณครู….ซึ่งเป็นคุณป้าของเพื่อน ” คุณครูครับผมเห็นว่าเจ้า…มันนุ่งกางเกงในตัวเดียวอยู่ในผ้าที่ห่อศพครับคุณครู “

” หนูเห็นไม่ผิดหรอกลูก ตอนนั้นใครก็ทำอะไรกันไม่ถูกมัวแต่ตกใจ…นำศพ…ลงหีบที่โรงพยาบาลในแบบที่หนูเห็นจริงๆ “

ตั้งแต่เหตุการณ์เกิดขึ้นกับตัวเขาวันนั้น เขาเริ่มอยากเรียนรู้เวทมนต์คาถา จึงไปที่เวิ้งนครเขษม ซื้อสารพัดหนังสืออักขรเลขยันต์มาอ่านทุกวันหลังเลิกเรียน

มารดาของเขาเห็นเข้าจึงหยิบแผ่นปั๊มรูปหลวงพ่อวัดกลางสวน กับแผ่นปั๊มสมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร มาให้ มารดาบอกให้เขานำใส่พานตั้งไว้บนหัวเตียง

ให้ว่าคาถา ๐ อิติสุคะโต อะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ ปะฐะวีคงคา พระภูมิเทวา ขมามิหัง ๐ บูชาทุกคืนก่อนนอน

จากนั้นไม่นาน เขาเริ่มหัดทำพิมพ์พระคเณศ ใช้ผงธูปในกระถางธูปที่ตั้งหน้าแท่นบูชาพระคเณศหน้าอาคารหลังแรกของเรียนโรงนาฏดุริยางค์เป็นมวลสารตั้งต้น แจกเพื่อนร่วมรุ่น

เพื่อนรุ่นน้องที่เรียนดุริยางค์ไทย พูดว่า ” อาจารย์หนูร้อนวิชา “

เขาไม่ตอบโต้แม้แต่คำเดียว กระทั่งรุ่นน้องท่านนั้นได้รับมอบโองการไหว้ครูจากบิดาบังเกิดเกล้าของตนเอง

รุ่นน้องเริ่มคิดจัดไหว้ครูแทนบิดาที่จากไปอยู่บนสวรรค์ เขาจึงมาหาพ่อ ” อาจารย์พี่หนูช่วยทำของแจกเป็นที่ระลึกงานไหว้ครูให้ผมหน่อยครับ นี่พิมพ์ของปู่ผม ผมนำมาให้อาจารย์พี่หนูใช้ทำแบบครับ

พ่อจัดทำพิมพ์ปั๊มขึ้นรูปพ่อครูฤๅษีด้วยมวลสารของคุณครูอาคม สายาคม ที่กลางพระอุโบสถวัดพระแก้ววังหน้า ให้ไปหนึ่งพันองค์

มาเมื่อน้องฅนสำคัญจะจัดงานเลี้ยงเกษียณอายุราชการ มาขอของแจกเป็นที่ระลึก พ่อจัดทำเพิ่มไปให้อีกห้าร้อยองค์ เราน้องพี่เลือดสีเดียวกัน

กรุณาติดตามตอนสำคัญ ในตอนที่สี่

อุมาฉายศรีพลังงานที่เมตตา

See everyone through the eyes of spirit, this is how we find love and compassion for all.

สิ่งที่เห็นในคืนที่ออกล่าหาสิ่งที่อยากรู้มีมากมาย ขอเล่าแค่เรื่องที่ประทับใจ ที่ต้นลั่นทมบันไดทางลงด้านข้างของพระอุโบสถบวรสถานสุทธาวาสด้านทิศเหนือ สิ่งที่อยากรู้อยากเห็นนั้น มีจริงแต่ไม่เหมือนกับที่ฟังเรื่องกล่าวขาน

ที่ต้นลั่นทมที่ลือชื่อว่าผีดุนักหนา สิ่งที่ได้เห็นกับตาเนื้อ คือ เด็กเกล้าจุกชายหญิงแต่งกายเป็นลูกผู้ดีมีมาลัยรัดจุกที่เกล้าสวยงาม นั่งบนกิ่งลั่นทมที่เอนทอดกิ่งยาวใหญ่แขว่งเท้าเล่น กับอีกสองฅนที่ใช้มือทั้งสองเหนี่ยวกิ่งลั่นทมกิ่งบนเหนือขึ้นไปทิ้งตัวลงมาเกว่งเล่นสลับปล่อยมือซ้ายมือขวา

เด็กทั้งสามฅนไม่ได้แสดงอาการแลบลิ้นปลิ้นตาหลอก มีแต่ส่งเสียงหัวเราะด้วยความสนุก เมื่อเขารู้ว่ามีฅนมองเห็นเขา เขาก็กวักมือร้องเรียกให้ไปเล่นกับเขา ” ยังไม่เล่นด้วยขอเดินดูอะไรๆไปเรื่อยๆก่อน ” เด็กทั้งสามโบกมือให้ ” ” อย่าลืมมาเล่นด้วยกันนะ “

ชายวัยรุ่นเดินผ่านเรือนเขียวถึงต้นจันทร์ใหญ่ที่อยู่ข้างซ้ายของเรือนเขียว ต้นจันทร์คู่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาใหญ่มากมีแสงระยิบระยับเต็มไปหมด

ที่โคนต้นจันทร์มีศาลหลังหนึ่งทำด้วยไม้ถอดแบบพระอุโบสถทุกประการ ศาลหลังนี้ไม่ใช่ศาลหลังดั้งเดิม เป็นศาลที่เปลี่ยนตั้งขึ้นใหม่ในชั้นหลัง ศาลแรกเริ่มประเดิมตั้งขึ้นนั้นเป็นศาลไม้สักธรรมดาหลังเล็กๆ ที่ผู้นิยมขอหวย กอขอ แล้วรับเงินเป็นกอบเป็นกำหลายครั้งร่วมกันตั้งขึ้นถวาย แต่เดิมฅนเก่าจะเรียกขานกันในนาม ” ศาลเสด็จแม่ต้นจันทร์ “

ปัจจุบันต้นจันทร์คู่แฝดขึ้นติดกันยืนต้นตายถูกตัดลงเพราะเกรงว่าเรือนเขียวจะได้รับอันตราย ผู้บริหารระยะหลังนำต้นพิกลุมาปลูกแทน ศาลได้เปลี่ยนใหม่เป็นครั้งที่สาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการบูรณะ

เดิมที่ดินบริเวณตันจันทร์เป็นที่เลี้ยงช้างของวังหน้า ตรงตีนสะพานพระปิ่นเกล้าข้างอาคารเทศบาล แต่ก่อนเป็นท่าน้ำมีบันไดทำด้วยหินทอดลงไปในแม่น้ำเพื่อให้ช้างเดินลงไปอาบน้ำ ” ท่าช้างวังหน้า “

ชายวัยรุ่นเดินผ่านต้นจันทร์ถึงบริเวณหน้าพระอุโบสถบวรสถานสุทธาวาส เห็นชีนุ่งขาวห่มขาวลักษณะกิริยาเรียบร้อยสองท่าน นั่งเจียนหมากจีบพลูกินกันที่เชิกพักชั้นแรกทางขึ้นพระอุโบสถ คุณชีทั้งสองเรียกชายวัยรุ่นให้กินหมากกับท่าน เขายกมือไหว้กล่าวขอบคุณแล้วเดินต่อถึงแท่นตั้งองค์พระคเณศหน้าอาคารหลังแรกของโรงเรียนนาฏดุริยางค์

เหลือเชื่อ…องค์พระคเณศหล่อด้วยปูนสีขาว ที่เห็นเวลากลางวัน ลุกขึ้นยืน มีรัศมีแสงรอบกายสว่างเหมือนพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า

ไม่เพียงเท่านั้น พระพักตรที่เป็นช้างกลายกลับเป็นหน้าเทพบุตร ซึ่งต่อมาเป็นแรงบันดาลใจให้วัยรุ่นฅนนั้น ทำหัวโขนพระคเณศเป็นหน้าเทพบุตร ตามที่เขาเคยเห็นมาด้วยตาของเขาเอง

กรุณาติดตามอุมาฉายศรีตอนที่สาม

อุมาฉายศรี นั้นสำคัญมาก

Every truly, fully actualized soul that returns to their full power, their full MEMORY of who and what they are….
Where they come from, affects the entirety of All of creation.

วัยรุ่นชายที่ใช้ชีวิตปกติเฉกเช่นฅนทั่วไป จู่ๆก็ปีนขึ้นไปนั่งตากแดดบนหลังคาขณะที่แสงแดดแผดกล้าในตอนเที่ยงวัน ถึงเวลาตะวันชายแสงยามบ่ายจึงลงมาจากหลังคา ปฏิบัติอยู่อย่างนี้ สลับกับการปีนขึ้นเสาไฟฟ้าไปเหนี่ยวสายไฟฟ้าแรงสูงเหมือนลิงไต่ราว ในเวลาที่ฝนกำลังตกหนัก เป็นอยู่อย่างนี้นานเป็นเดือน

มีผู้แนะนำมารดาของชายวัยรุ่นว่า ให้นำลูกชายไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลบ้า แต่มารดากลับพูดว่า ” เขาเป็นเอง เขาก็หายได้ด้วยตัวของเขาเอง “

แล้ววันหนึ่งมีเสียงกระซิบที่ข้างหูชายวัยรุ่นฅนนั้นว่า ไปหารูปเทพเจ้าอินเดียมาตั้งที่หัวเตียงนอน ชายวัยรุ่นปฏิบัติตามที่เสียงไร้ตัวตนบอก เมื่อถึงร้านขายภาพ ชายวัยรุ่นพบภาพที่ถูกใจที่สุดภาพหนึ่ง ดูมีชีวิต โดยเฉพาะดวงตาของภาพวาดเหมือนจ้องมองเขาด้วยความเมตตามากๆ เขาจึงซื้อภาพนั้นในราคาสิบห้าบาทมาพิงไว้ที่ข้างฝาเหนือหัวเตียงนอนของเขา

วันรุ่งขึ้นจากที่เขาหลับสนิทบนเตียงนอนที่บนหัวเตียงมีรูปพระศรีมหาอุมา เขาตื่นขึ้นด้วยความสดใส เลิกขึ้นหลังคาบ้าน เลิกเป็นลิงไต่ขึ้นเสาไฟฟ้า

จากนั้นเขาก็เริ่มรับทราบข้อมูลหลายอย่างจากเสียงกระซิบที่ข้างหู แบบไร้ตัวตนของเจ้าของเสียง และจากฅนเก่าแก่ในวังหน้า มากมายหลายเรื่อง

เขาเริ่มอยากเห็นสิ่งเร้นลับตรงสถานนั้นสถานนี้ ตกดึกสงัดของคืนหนึ่ง เขาเดินไปทุกสถานที่ตามคำบอกเล่า เขารู้เห็นด้วยตาเนื้อทุกสิ่ง แถมด้วยเขาไม่กลัวสิ่งที่เขาเห็นอีกด้วย

” อุมา โส ตัสสะ เทวาสิตานัง อุมายะ วันทามินัง ” คาถาที่ไม่ถูกต้องตามหลักการประพันธ์ ที่เด็กวัยรุ่นฅนนั้นใช้มาตลอดเพราะได้จากความฝันของตัวเขาเอง

กรุณาติดตามอุมาฉายศรีตอนสอง

You just listen to your own heart

You just listen to your own heart.
This is your only teacher.
แค่ทำจิตให้นิ่งเท่านั้น ทุกสิ่งสำเร็จได้ในช่วงเวลาเพียงอึดใจ

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

ปากเป็นเอก

” คำพูด ” เป็นสิ่งเดียวที่ย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้ แม้แต่คำว่า ” ขอโทษ ” ก็ไร้ประโยชน์

ศิริพงศ์ ครุพัธ์กิจ

You learn a lot about people when they don’t get what they want.

You learn a lot about people when they don’t get what they want.Stop chasing what your Mind wants and you’ll get what your Soul needs.

คิดเก่งแย่งเพื่อความชนะยากถึงความสำเร็จ มุ่งมั่นพยายามทำสิ่งที่ตนถนัดให้เต็มกำลังความสามารถ เพราะ เป็นวิถีนำสู่ความสุขสำเร็จสมปรารถนา

แพ้เรื่องภายนอกไม่เป็นไร จิตภายในรักษาไว้ให้ดี ค้นหาข้อผิดพลาดบกพร่องของตนอย่างสม่ำเสมอ อยู่กับปัจจุบัน เพราะปัจจุบันคือเวลาสำคัญ สามารถทำงานทางจิตได้ด้วยความไม่ประมาท

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

17 เสาร์ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 88

Be thankful

Be thankful for closed door, bad vides, and stuff that falls apart.I’ll protect you from things not meant of you.

อันอาภรณ์แพรผ้าสารพัด
เป็นสมบัติภายนอกหลอกให้หลง
ถึงแต่งงามตามสมัยก็ไม่คง
อยู่ยืนยงเหมือนวิชาเป็นอาภรณ์
อันวิชาพาตนให้ฅนชอบ
ใครจะลอบคร่าฉุดไม่หลุดถอน
ติดตัวทรงคงสวยไม่ม้วยมร
เป็นอาภรณ์ล้ำเลิศประเสริฐเอย

” เพลงนกจาก “

ผู้ไม่ใช่ศิษย์ที่พ่อถอดมือให้ไป ยากจะรู้ว่าพ่อเล่าเรียนวิชาอะไรบ้าง วิชาความรู้มิใช่มีไว้เพื่อโอ้อวด แต่เพื่อเลี้ยงรักษาตัวให้รอดปลอดภัย

” ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่เป็น ไม่ทราบ ไม่เคยรู้ ไม่เคยเรียน ” เป็นคำพูดที่มีคุณอนันต์เมื่อถึงเวลานั้นสำหรับคุณ

ถามศิษย์ที่กล้ายอมรับพ่อเป็นครูได้เลยว่า กว่าที่เขาจะถึงวันนี้ต้องใช้ความอดทนขนาดไหน ชนิดที่ต้องเจ็บจำกระทั่งวันตาย

ครูที่ไม่ยอมให้ศิษย์มีความสามารถเกินหน้าตนนั้น ส่อแสดงว่า ” วิชาศิลปะของครูผู้นั้นถึงความฉิบหายแล้ว

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

รำพึงถึงป่าช้า

บั้นปลายชีวิตควรหยุดเรื่องภายนอกหันเข้าหาเรื่องภายในให้กายใจได้เสวยสุข

ไม่ใส่ใจคำพูดของผู้เก่งกล้าที่มักชอบพูดว่า ” หายใจทิ้งไปวันๆไม่ทำประโยชน์ ” เพราะเรากำลังสร้างประโยชน์ภายใน คำพูดดังกล่าวเป็นคำพูดของผู้ที่ละเลยการศึกษาเรื่องภายใน อย่าให้คำพูดที่ติดเสียดสีนั้น ทำลายคุณค่าของตัวเอง

ทุกฅนทำอะไรไว้บ้างย่อมทราบเรื่องที่ตนกระทำทั้งหมดได้ดีกว่าผู้อื่น ส่วนผู้ที่คิดว่าตนยังสร้างประโยชน์ให้สังคมได้อยู่นั้น นั่นเป็นความสามารถเฉพาะบุคคล ที่สร้างสั่งสมคุณความดีเพื่อตัวของเขา

พ่อเชื่อมาตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนว่า คลื่นลูกหลังย่อมมีกำลังแรงกว่าคลื่นลูกหน้า เพราะฉะนั้นจึงพร้อมปล่อยวาง เลิกติดกับสมมุติได้อย่างไม่ต้องลังเล โลกแห่งอนาคตเป็นเรื่องของฅนรุ่นใหม่

ผู้ที่มีชีวิตรอดปลอดภัยกระทั่งถึงอายุหกสิบปี เวลาที่เหลืออยู่ถือว่าเป็นกำไรแล้ว ควรมีเวลาอยู่กับเรื่องหาความสุขใส่ตัว

ปรับเปลี่ยนชีวิต ไม่ใช้จ่ายทรัพย์เหมือนเมื่อยังทำงานหาเงินได้ ออกสังคมให้น้อยที่สุดเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย อย่าหวังพึ่งผู้มีจิตรู้กระทำการตอบแทนคุณ เพราะ เขาทั้งหลายต่างก็มีภาระที่ต้องรับผิดชอบ

หางานอดิเรกเบาๆทำเช่นเดินออกกำลัง ฟื้นฟูสมองด้วยการอ่านเขียนเรื่องราวต่างๆให้ได้ทุกวัน จะเป็นเรื่องความหลังครั้งเก่า เรื่องไร้สาระบ้างก็ได้ แค่งดยุ่งเรื่องการเมืองการปกครอง

ฅนอายุหกสิบที่เขาเกณฑ์ให้พ้นวัยทำงานเพราะ เขาคิดวิเคราะห์มาอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วเกี่ยวกับความเสื่อมของร่างกาย

เมื่อคิดทำสิ่งใดแล้วไม่เกิดผลตามที่ตั้งใจให้เลิกทำทันที เพราะ พ้นวัยเป็นนักสร้างเพื่อผู้อื่นแล้ว มาสร้างความสงบสุขให้ตัวเองดีกว่า

งดรับข่าวสารที่สร้างความขุ่นเคืองอารมณ์เลิกแย่งชิงความเป็นผู้ชนะ ” ชนะแล้วได้อะไร แพ้แล้วเสียอะไร ” เตือนตัวเองให้ได้อย่างนี้เสมอ

คืนนี้ล้มตัวลงนอนยังไม่ทราบว่า จะพบกับวันพรุ่งนี้ หรือ ชาติหน้า ซ้อมพร้อมตายให้ได้ทุดขณะจะได้ไม่ต้องกลัวตาย

” ทุกสิ่งไม่ใช่ของเราจะต้องเศร้าไปทำไม พบกันเพื่อจากไปเสี้ยวหนึ่งในความทรงจำ ” ปล่อยจิตวิญญาณให้เป็นอิสระ จิตดวงเดียวท่องเที่ยวไป

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

Things change

Things change.

Swirl and move.

Disintegrate and grow.

We are always stepping into the unknown.

สร้างจิตที่ประภัสสร

ธรรมชาติสร้างกายกับจิตให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่สมมุติบัญญัติ มนุษย์ควรยกย่องจิตที่อยู่เหนือปัญหา เหนือความทุกข์ทั้งหลาย จงดำเนินชีวิตร่วมกับสังคมโดยพ้นจากเครื่องพันธนาการ ” หยุดเป็นทาสของสิ่งที่ทำให้จิตเศร้าหมอง “

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

ไม่มีอะไร

อรุณสวัสดิ์ครับท่านกัลยาณมิตร

” ไม่มีอะไร ” คำลึกซึ้งที่สุดที่เคยมีมา เป็นคำพูดที่ไม่ใช่ทุกฅนจะเข้าใจได้ง่ายๆ ถ้าขาดการพิจารณา

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ