พิธีไหว้ครูรับดาวพฤหัสบดีย้ายเขาสู่ราศรีเมษ ของค่ายชลลัมพี

ไหว้ครูบูชาคุรุเทพ

วันพฤหัสบดีที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๕ คุณแม่หนู สรวงสุดา จัดพิธีไหว้ครูเทพเจ้าของศิลปวิชา เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของค่ายชลลัมพี
ดาวพฤหัสบดี ยกเข้าสู่ราศรีมีน ในวันพุธที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๕ เวลา ๑๗.๒๐ นาฬิกา ตามปฏิทินนิรายนะ ลาหิรี ตั้งแต่วันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๖ วันธงชัย : วันพุธ วันอธิบดี : วันอังคาร วันโลกาวินาศ : วันพฤหัสบดี
ถือเป็นมงคลพิธีพลีบูชาคุรุเทพองค์พฤหัสบดี เพื่อความสมบูรณ์ด้วยปัญญา สติ นำพาชีวิตถึงความสุขสวัสดี
ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

เชื่อถือศรัทธาสิ่งใดใจต้องมั่นคง

เมื่อวันเสาร์มีผู้เชื่อถือศรัทธาพระคเณศเข้าพบพ่อที่เรือน ” พ่อครูคะ พี่ท่านหนึ่งแนะนำให้หนูมาพบพ่อครูค่ะ หนูขอเรียนปรึกษาว่าหนูทำสิ่งใดผิดพลาด จึงมีปัญหาเรื่องการเงิน ซึ่งแต่ก่อนเคยราบรื่นคล่องตัว หนูไปมาทุกที่ ไม่มีอะไรดีขึ้นเลยค่ะพ่อครู “
คุณมาที่นี่เพื่อหวังคำพูดปลอบใจที่ฟังรื่นหูดูดี คุณพบความผิดหวังแน่นอน คุณเล่าว่า ไปแก้กรรมมาหลายที่ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นเลย
” สติ ” คือสิ่งที่คุณขาด ช่วงระยะเวลาสองปีเศษ มีแต่ผู้หาที่พึ่ง เพราะ พิษของสงครามโรคที่แพร่ขยายระบาดหนักทั่วทุกมุมโลก
กระแสโฆษณาที่โหมให้บูชาเทพแห่งโภคทรัพย์กำลังเป็นกระแสหลักที่แรงมาก ผู้ที่ขาดความเคารพการตัดสินใจของตัวเองล้วนเชื่อคำโฆษณา เพราะหวังยึดเป็นที่พึ่ง รวมทั้งตัวคุณด้วย ที่แห่ไปกับเขาทุกที่
แล้วเป็นอย่างไรบ้าง ไปจุดธูปมาทุกที่เมื่อกลับถึงบ้าน คุณจุดธูปบูชาปักลงในกระถางธูปใบดั้งเดิมที่บ้านบ้างหรือเปล่าล่ะ พวงมาลัยที่แห้งเหี่ยวคาที่บูชา น้ำที่ใส่แก้วถวาย แห้งลดลงเหลือแค่ครึ่งแก้วนั้น ได้เปลี่ยนแล้วหรือยัง
ผู้ที่มาสองคนมองหน้ากันแล้วกราบพ่อทั้งน้ำตา จะเหลือรึ พ่อกระแทกซ้ำต่อสิจะยั้งทำไมกับฅนที่ไร้จุดยืน
ไหน…คุณเล่าว่า นับถือพระคเณศเป็นชีวิตจิตใจ ทำไมนอกใจไปบูชาเทพองค์อื่นล่ะ ” แต่แรกเริ่มเดิมทีก็เสาะแสวงหา ได้มาบูชานานไปเห็นเป็นของไร้แก่นสาร “
ผู้ศึกษามาดีย่อมทราบว่า พระคเณศเป็นเทพผู้กำจัดอุปสรรคความขัดข้อง เป็นเทพแห่งปัญญา เป็นเทพแห่งโภคทรัพย์ และ ความสำเร็จ ทำไมไม่ตั้งใจบูชากราบไหว้องค์พระคเณศที่ตั้งอยู่ในบ้านให้เต็มที่
” โอม ศรีคเณศายะ นะมัส ” สั้นง่ายเป็นบทภาวนาที่สะดวกกับการใช้บริกรรม คุณอ้างว่านับถือท่านเท่าชีวิต ไฉนจึงทำไม่ได้
พระคเณศ ท่านเตือนคุณหลายครั้งแล้ว แต่คุณไม่สนใจ ” กูอยู่ที่นี่ ใกล้แค่นี้ ในบ้านของมึงเอง มึงเป็นอะไร ไม่บูชากูแล้ว ก็เอาไปทิ้งน้ำสิ ” คุณละเลยในสิ่งที่คุณเคยปฏิบัติบูชา
องค์พระคเณศ ท่านไม่ได้ลงโทษคุณ สบายใจได้ ไม่มีเทพองค์ใดทำร้ายมนุษย์ นอกจากมนุษย์ทำร้ายทำลายมนุษย์ด้วยกันเอง
คุณกลับไปเถอะปฏิบัติบูชาเทพที่คุณเลือกแล้วให้ดี กระถางธูปที่ไหนก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์ทรงฤทธิ์เรื่องส่งกลิ่นธูปอธิษฐานเท่ากระถางธูปใบที่บ้านของคุณหรอก ไม่มีคำว่าสายเกินแก้ คุณจะได้รับความโชคดีเสมอเมื่อคุณเคารพความคิดการตัดสินใจของตัวคุณ
พ่อจะเล่าอะไรให้ฟัง พ่อเองก็ไปทุกที่เหมือนกันเมื่อลูกๆชวนให้ไปเปิดหูเปิดตา คุณทราบไหม ไม่ว่าพ่อจะไปอยู่ต่อหน้ารูปเคารพองค์ไหนในสถานที่ที่ลูกๆพาไป คำสวดอธิษฐานบูชาที่พ่อเปล่งเสียงประโยคแรงคือ ” วันทิตะวา อะสุระเทพานัง มะหันตะพะลัง อันตะรายัง วินาสสันติ ” แล้วพ่อจึงสวดคาถาที่แต่ละสถานที่แนะนำ
ทำไมพ่อจึงทำเช่นนั้นคุณรู้ไหม พ่อคิดว่า เทพผู้ทรงฤทธิ์ที่สถิตประดิษฐานอยู่ในที่ที่พ่อแสดงความนอบน้อม ท่านจะพูดว่า…
” เออ…ฅนแบบมึงนี่มั่นคง มากราบไหว้กูแท้ ๆมึงยังบูชาเทพที่มึงเลือกเชื่อถือก่อนบูชากู กูย่อมประสาทพรให้มึงเช่นกัน “
ผู้เชื่อถือศรัทธาองค์พระคเณศ กราบลาพ่อด้วยความสดใส หันไปทักทายลูกๆที่อยู่บนเรือนด้วยอาการยิ้มย่องผ่องใส แล้วลงจากเรือนไป
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านนะครับ

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

แจกวัตถุรูปเคารพที่วังหน้า

วันพฤหัสบดีที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ พ่อจัดพิธีไหว้ครูนาฏดุริยางค์ เพื่ออธิษฐานจิตสมโภชวัตถุรูปเคารพสัญลักษณ์แทนครูเทพเจ้าของศิลปวิชา เนื้อผงมวลสารอิทธิเจสายศิลปิน ( รุ่นพิเศษ เนื้อก้นครก ) พิมพ์พ่อครูฤๅษีในท่ารำเสมอเถร ด้านหลัง พระพิราพในท่ารำพระพิราพเต็มองค์
ที่มณฑลพิธีในพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส ( วัดพระแก้ววังหน้า ) ภายในพระราชวังบวรสถานมงคล เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้พี่น้องชาวนาฏศิลป และ ศิษย์
เสร็จพิธีไหวัครูอธิษฐานจิตสมโภชเวลาสิบสี่นาฬิกา แจกวัตถุรูปเคารพดังกล่าวกับ ศิลปินศิลปากร ผู้ร่วมงาน และ บุคคลทั่วไป จำนวน ๒๕๓ องค์
ขอทุกท่านใช้วัตถุรูปเคารพสัญลักษณ์แทนครูเทพเจ้าของศิลปวิชา เป็นเครื่องเสริมเพิ่มกำลังใจ กำลังสติปัญญา กำลังกาย เพื่อสร้างความสุขสำเร็จให้เกิดกับตน และ บุคคลอันเป็นที่รัก สาธุ
ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ
๓ มีนาคม ๒๕๖๕

พิธีสำคัญวัดสุทธาราม

วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕ ที่ลานหน้าอุโบสถหลวงพ่อฉิม วัดสุทธาราม ซอยสมเด็จพระเจ้าตากสินที่ ๑๙ หน้าท้าวเวสสุวรรณหล่อด้วยโลหะสำริดองค์ใหญ่ที่สุด
พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระพิศาลประชานาถ เจ้าอาวาสวัดสุทธาราม ประธานมูลนิธิศรีรัตนโกสินทร์ จัดพิธีสวดภาณยักษ์ใหญ่ และ เทวาภิเษกวัตถุรูปเคารพสัญลักษณ์แทนองค์ท้าวเวสสุวรรณ ขนาดบูชา และ พกพาติดตัว
มงคลพิธีเริ่มเวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา ขอเรียนเชิญท่านกัลยาณมิตรร่วมรับอืทธิพลังจากองค์ท้าวเวสสุวรรณ เพื่อเพิ่มโชคโภคทรัพย์ความเจริญรุ่งเรืองในกิจการงาน
เดินทางโดยรถไฟฟ้าลงที่สถานีวงเวียนใหญ่ แล้วนั่งรถมอเตอร์ไซค์เข้ามาที่วัดสุทธาราม สะดวกรวดเร็วทันใจครับท่าน
ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

เพลง โหมโรงฟ้าใส (วงโยธวาธิต Version)

โหมโรงฟ้าใสเพลงโหมโรงที่แต่งขึ้นในรัชกาลที่ ๑๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เป็นเพลงแรกคือ “เพลงโหมโรงฟ้าใส” (ลาใน) พันโท เสนาะ หลวงสุนทร ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดงดนตรีไทย พ.ศ. ๒๕๕๕ แต่งให้เป็นของขวัญวันเกิด อาจารย์ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ ๑๒ กรกฏาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ สำหรับใช้เป็นเพลงประจำตัว

ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ได้ถูกนำมาเรียบเรียง พร้อมบันทึกเสียง ร่วมบรรเลงโดย ศิลปินวงดุริยางค์ไทย ศิลปินวงดุริยางค์สากล ศิลปินวงโยธวาทิต กองการสังคีต กรมศิลปากร

帕阿贊 喜里鵬 卡祿番吉
帕帕洛木尼 堂

帕阿贊 喜里鵬 卡祿番吉
帕帕洛木尼 堂

 帕阿贊 喜里鵬 卡祿番吉,是首位將"帕皮蠟(濕婆神的其中一個法相)",引入聖物佛牌界。

使供奉者有財運招財、事業有成、富貴如意

      พ่อครูศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ เป็นผู้นำพระพิราพ ( พระอิศวรปางมหากาลไภรวะ ) ในรูปแบบหัวโขนลักษณะไทยเผยแพร่ในรูปแบบวัตถุมงคลเป็นท่านแรกของโลกเพื่อสร้างขวัญบำรุงกำลังใจให้ผู้เชื่อถือเกิดความเข้มแข็งมีกำลังประกอบธุรกิจการงานให้ประสบความสำเร็จสมปรารถนา

       ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยกำลังความสามารถของตน อย่าลืมความสำคัญอยู่ที่ตรงนี้ " สำคัญที่ใจ "

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

รำลึกครบรอบ ๕๐ ปี

เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นวันครบรอบห้าสิบปีที่พ่อนำผงธูปที่กระถางธูปบูชาองค์พระคเณศหน้าตึกอำนวยการวิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร มาขึ้นรูปกดพิมพ์วัตถุรูปเคารพสัญลักษณ์แทนครู ” พระคเณศ ” แจกเพื่อร่วมชั้นเรียน
วันที่ ๖ มกราคม หลังเสร็จพิธีสมโภชรูปเคารพสำหรับมอบให้ครูพิธีกรใช้แจกศิษย์ที่เข้ารับการครอบในพิธีไหว้ครูโขนละคร พ่อลงจากพระอุโบสถวังหน้า นำผงธูปที่กระถางบูชาขอประสาทพรจากองค์พระคเณศ มาผสมปูนเปลือกหอยน้ำมันตั้งอิ้วโขลก ปั๊มขึ้นรูปครูเทพเจ้าของศิลปวิชา ได้จำนวน ๒๘ องค์
นำแจกลูกๆที่ร่วมด้วยช่วยกันตั้งแต่งจัดเก็บมณฑลพิธี เพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการสำคัญในอดีตเมื่อเดือนมกราคมปีพ.ศ. ๒๕๑๕
ถือเป็นการสร้างวัตถุรูปเคารพเนื้อมวลสารผงธูปหน้าองค์พระคเณศหน้าตึกกองอำนวยการ ( มวลสารผงธูปล้วนๆ )
รูปเคารพสัญลักษณ์แทนครูทั้ง ๒๘ องค์ แจกเป็นที่ระลึกผู้ร่วมเหตุการณ์ หมดภายในเย็นวันเดียวกัน
ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

พิธีสมโภชรูปเคารพ ” ที่วังหน้า “

พิธีสมโภชรูปเคารพสำหรับมอบให้ศิษย์ วิทยาลัยนาฏศิลปกรมศิลปากร ที่เข้ารับการครอบจากครูพิธีกร ไหวัครูนาฏดุริยางคศิลปเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ
๖ มกราคม ๒๕๖๕

๑๓๙ ปีชาตกาลคุณครูมัลลี คงประภัศร์

วันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕ หนึ่งร้อยสามสิบเก้าปีคุณครูมัลลี คงประภัศร์ ” คุณย่าหมัน ” คุณครูผู้ใหญ่ที่มีคุณูปการกับสถาบันสอนศิลปะการแสดงแห่งแรกของประเทศไทย ” โรงเรียนนาฏดุริยางค์ศาสตร์ “
ขอแสดงความขอบคุณทายาท ที่ระลึกถึงตัวพ่อว่าพอทราบเรื่องราวของท่านพอสมควร จึงมาเชิญร่วมเสวนาถึงเรื่องที่อยู่ในความทรงจำ
พ่อตอบไปว่า พ่อขอตัวเรื่องนี้ ท่านที่ขึ้นเวทีเสวนาควรจะเป็น ท่านอาจารย์สมบัติ แก้วสุจริต ท่านอาจารย์รัจนา พวงประยงค์ ( ศิลปินแห่งชาติ ) ส่วนตัวพ่อนั้นยินดีสนองพระคุณด้วยหัวใจเต็มร้อยในกิจกรรมอื่น
” ครูครับ ครูพอทราบไหมครับว่า เงาะทางคุณทวดผมมีใครยังคงรักษาไว้บ้างครับ “
พ่อตอบว่ามีแน่นอน…ท่านเกษียณราชการไปแล้วจากกองการสังคีต ส่วนทางพ่อก็มีเช่นกัน เป็นศิษย์รักของคุณแม่สยม ปัจจุบันทุกครั้งที่มีผู้มาขอ อาจารย์ท่านนี้มักจะย้ำเสมอว่า ” เป็นทางเงาะของคุณครูหมัน ” ซึ่งปกติเวลาสำแดงที่เรือนพระภรตมุนีทุกครั้งก็ลำแดงทางนี้มาตลอด
พลังงานเหนือโลกเหนือความคาดหมายของครูเงาะ กำลังแสดงอะไรบางอย่าง สองวันที่แล้วพ่อยังพูดกับครูท่านหนึ่งว่า ” หัวครูเงาะที่คุณแม่หมัน ” สวมใส่แสดง ตอนนี้ไปตกอยู่กับใคร
พลังงานของครูเงาะเริ่มฉายเงาให้ประจักษ์แล้วว่า ท่านจะมาค้ำชูอุดหนุนผู้เชื่อถือศรัทธา ก่อนทายาทคุณครูมัลลี คงประภัศร์จะลากลับ พ่อพาขึ้นไปชั้นบนของอาคาร ไปดูหัวครูเงาะของพ่อ…!
คุณครูมัลลี ที่ใครๆเรียกว่า ” คุณย่าหมัน ” แต่ทำไมพ่อเรียกท่านว่า ” แม่ ” อย่างเต็มปากเต็มคำ เรื่องนี้ยาว
ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ
อาจารย์ชัชวาล ขอรูปที่รำเงาะคู่กับคุณแม่ส่องชาติ บนเรือนพระภรตมุนี เพื่อความสมบูรณ์ของกระทู้นี้ด้วยครับ ” ล้านคำพูดแพ้ภาพที่บันทึกไว้เพียงใบเดียว ” ครับท่าน