อุมาฉายศรี นั้นสำคัญมาก

Every truly, fully actualized soul that returns to their full power, their full MEMORY of who and what they are….
Where they come from, affects the entirety of All of creation.

วัยรุ่นชายที่ใช้ชีวิตปกติเฉกเช่นฅนทั่วไป จู่ๆก็ปีนขึ้นไปนั่งตากแดดบนหลังคาขณะที่แสงแดดแผดกล้าในตอนเที่ยงวัน ถึงเวลาตะวันชายแสงยามบ่ายจึงลงมาจากหลังคา ปฏิบัติอยู่อย่างนี้ สลับกับการปีนขึ้นเสาไฟฟ้าไปเหนี่ยวสายไฟฟ้าแรงสูงเหมือนลิงไต่ราว ในเวลาที่ฝนกำลังตกหนัก เป็นอยู่อย่างนี้นานเป็นเดือน

มีผู้แนะนำมารดาของชายวัยรุ่นว่า ให้นำลูกชายไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลบ้า แต่มารดากลับพูดว่า ” เขาเป็นเอง เขาก็หายได้ด้วยตัวของเขาเอง “

แล้ววันหนึ่งมีเสียงกระซิบที่ข้างหูชายวัยรุ่นฅนนั้นว่า ไปหารูปเทพเจ้าอินเดียมาตั้งที่หัวเตียงนอน ชายวัยรุ่นปฏิบัติตามที่เสียงไร้ตัวตนบอก เมื่อถึงร้านขายภาพ ชายวัยรุ่นพบภาพที่ถูกใจที่สุดภาพหนึ่ง ดูมีชีวิต โดยเฉพาะดวงตาของภาพวาดเหมือนจ้องมองเขาด้วยความเมตตามากๆ เขาจึงซื้อภาพนั้นในราคาสิบห้าบาทมาพิงไว้ที่ข้างฝาเหนือหัวเตียงนอนของเขา

วันรุ่งขึ้นจากที่เขาหลับสนิทบนเตียงนอนที่บนหัวเตียงมีรูปพระศรีมหาอุมา เขาตื่นขึ้นด้วยความสดใส เลิกขึ้นหลังคาบ้าน เลิกเป็นลิงไต่ขึ้นเสาไฟฟ้า

จากนั้นเขาก็เริ่มรับทราบข้อมูลหลายอย่างจากเสียงกระซิบที่ข้างหู แบบไร้ตัวตนของเจ้าของเสียง และจากฅนเก่าแก่ในวังหน้า มากมายหลายเรื่อง

เขาเริ่มอยากเห็นสิ่งเร้นลับตรงสถานนั้นสถานนี้ ตกดึกสงัดของคืนหนึ่ง เขาเดินไปทุกสถานที่ตามคำบอกเล่า เขารู้เห็นด้วยตาเนื้อทุกสิ่ง แถมด้วยเขาไม่กลัวสิ่งที่เขาเห็นอีกด้วย

” อุมา โส ตัสสะ เทวาสิตานัง อุมายะ วันทามินัง ” คาถาที่ไม่ถูกต้องตามหลักการประพันธ์ ที่เด็กวัยรุ่นฅนนั้นใช้มาตลอดเพราะได้จากความฝันของตัวเขาเอง

กรุณาติดตามอุมาฉายศรีตอนสอง

รำพึงถึงป่าช้า

บั้นปลายชีวิตควรหยุดเรื่องภายนอกหันเข้าหาเรื่องภายในให้กายใจได้เสวยสุข

ไม่ใส่ใจคำพูดของผู้เก่งกล้าที่มักชอบพูดว่า ” หายใจทิ้งไปวันๆไม่ทำประโยชน์ ” เพราะเรากำลังสร้างประโยชน์ภายใน คำพูดดังกล่าวเป็นคำพูดของผู้ที่ละเลยการศึกษาเรื่องภายใน อย่าให้คำพูดที่ติดเสียดสีนั้น ทำลายคุณค่าของตัวเอง

ทุกฅนทำอะไรไว้บ้างย่อมทราบเรื่องที่ตนกระทำทั้งหมดได้ดีกว่าผู้อื่น ส่วนผู้ที่คิดว่าตนยังสร้างประโยชน์ให้สังคมได้อยู่นั้น นั่นเป็นความสามารถเฉพาะบุคคล ที่สร้างสั่งสมคุณความดีเพื่อตัวของเขา

พ่อเชื่อมาตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนว่า คลื่นลูกหลังย่อมมีกำลังแรงกว่าคลื่นลูกหน้า เพราะฉะนั้นจึงพร้อมปล่อยวาง เลิกติดกับสมมุติได้อย่างไม่ต้องลังเล โลกแห่งอนาคตเป็นเรื่องของฅนรุ่นใหม่

ผู้ที่มีชีวิตรอดปลอดภัยกระทั่งถึงอายุหกสิบปี เวลาที่เหลืออยู่ถือว่าเป็นกำไรแล้ว ควรมีเวลาอยู่กับเรื่องหาความสุขใส่ตัว

ปรับเปลี่ยนชีวิต ไม่ใช้จ่ายทรัพย์เหมือนเมื่อยังทำงานหาเงินได้ ออกสังคมให้น้อยที่สุดเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย อย่าหวังพึ่งผู้มีจิตรู้กระทำการตอบแทนคุณ เพราะ เขาทั้งหลายต่างก็มีภาระที่ต้องรับผิดชอบ

หางานอดิเรกเบาๆทำเช่นเดินออกกำลัง ฟื้นฟูสมองด้วยการอ่านเขียนเรื่องราวต่างๆให้ได้ทุกวัน จะเป็นเรื่องความหลังครั้งเก่า เรื่องไร้สาระบ้างก็ได้ แค่งดยุ่งเรื่องการเมืองการปกครอง

ฅนอายุหกสิบที่เขาเกณฑ์ให้พ้นวัยทำงานเพราะ เขาคิดวิเคราะห์มาอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วเกี่ยวกับความเสื่อมของร่างกาย

เมื่อคิดทำสิ่งใดแล้วไม่เกิดผลตามที่ตั้งใจให้เลิกทำทันที เพราะ พ้นวัยเป็นนักสร้างเพื่อผู้อื่นแล้ว มาสร้างความสงบสุขให้ตัวเองดีกว่า

งดรับข่าวสารที่สร้างความขุ่นเคืองอารมณ์เลิกแย่งชิงความเป็นผู้ชนะ ” ชนะแล้วได้อะไร แพ้แล้วเสียอะไร ” เตือนตัวเองให้ได้อย่างนี้เสมอ

คืนนี้ล้มตัวลงนอนยังไม่ทราบว่า จะพบกับวันพรุ่งนี้ หรือ ชาติหน้า ซ้อมพร้อมตายให้ได้ทุดขณะจะได้ไม่ต้องกลัวตาย

” ทุกสิ่งไม่ใช่ของเราจะต้องเศร้าไปทำไม พบกันเพื่อจากไปเสี้ยวหนึ่งในความทรงจำ ” ปล่อยจิตวิญญาณให้เป็นอิสระ จิตดวงเดียวท่องเที่ยวไป

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

ตะกรุดหัวใจครูเทพเจ้าของศิลปวิชา

ตะกรุดหัวใจครูเทพเจ้าของศิลปวิชา ตะกรุดหัวใจครูเทพเจ้าของศิลปวิชา เป็นตะกรุดคู่สองดอก ดอกหนึ่งเขียนอักขรวิชาหัวใจองค์พ่อครูฤๅษีสายศิลปิน อีกดอกหนึ่งเขียนอักขรวิชาหัวใจองค์พระพิราพประทานพร นำมัดคู่กันสองดอกด้วยวิธีพันด้ายแดงของปู่องค์พระที่ตรงช่วงกลางของตะกรุดทั้งสอง

เจตนาเดิมพ่อตั้งใจทำมอบให้ผู้เชื่อถือได้นำเพิ่มเสริมขวัญกำลังใจว่าเป็นศิษย์มีครู จำนวน ๑๕๙ ชุด ซื้อแผ่นทองแดงมาน้ำหนักสองกิโลกรัม ตัดแล้วเหลือเศษ จึงตัดให้หมดจึงได้จำนวนตะกรุดรวมทั้งหมด ๑๗๗ ชุด

เริ่มลงมือตั้งเครื่องสังเวยพลีกรรม ขอเมตตาบารมีครูเทพเจ้าของศิลปวิชา ตัดแผ่นทองแดงลงอักขร วันขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๙ ทำเสร็จสมบูรณ์นำเข้าอธิษฐานจิต วันจันทร์เพ็ญ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๙

ตอนย่ำรุ่งพ่อจุดธูปขอเมตตาบารมีครูเทพเจ้าของศิลปวิชา สิ่งศักดิ์สิทธิ์พลังงานเหนือโลกเหนือความคาดหมายที่สถิตย์ในวังหน้าพระราชวังบวรสถานมงคล โดยนำตะกรุดหัวใจครูเทพเจ้าของศิลปะวิชาวางบนแท่นหน้าองค์พระคเณศ หน้าอาคารหลังแรกของโรงเรียนนาฏดุริยางค์

เสร็จพิธีสมบูรณ์เรียบร้อย พ่อพูดกับลูกๆที่ร่วมพิธีมงคลว่า จงจำไว้ว่า ” วัตถุมงคลทุกรุ่นทุกพิมพ์พ่อไม่ใช่ผู้เสกเป่า พ่อขอเมตตาบารมีครู “

ลูกๆทุกฅนทราบดีว่าไม่ว่าพ่อจะทำกิจมงคลใด พ่อจุดธูปขอเมตตาบารมีครูประสิทธิประสาทพร

จำเหตุการณ์เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ที่อาคารเลขที่ ๙๒๕๒ ซอยสมเด็จพระเจ้าตากสินไว้ให้แม่นยำ

พิธีสมโภชวันนั้น เจ้าของพิธี นำพระพุทธรูปไม้แกะปางประทานอภัยมาเข้าร่วมพิธีสมโภช พ่อสั่งให้นำพระพุทธรูปองค์นั้น ขึ้นตั้งเป็นประธานบนม้าหมู่บูชา ของมงคลพิธีวันนั้น เมื่อเสร็จพิธีพ่อให้เจ้าของผู้นำมาอาราธนากลับไปด้วยตัวเองพ่อไม่หยิบจับพระพุทธรูปปางประทานอภัยที่นำมาองค์นั้นเลย ดังผู้ร่วมเหตุการณ์ทุกท่านรู้เห็นอยู่

อย่าทำสิ่งที่เกินกำลังตน ของใหญ่เกินพานที่นำมารองรับ ไม่ว่าจะใช้ความพยายามมากเท่าไร ย่อมไม่เป็นที่เจริญตา

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

วันนี้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๕



เพื่อเป็นการย้อนรำลึกถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๙ ปีพ.ศ. ๒๕๑๕ วันสำคัญที่พ่อจุดธูปเทียนขอเมตตาบารมีองค์พระคเณศหน้าอาคารหลังแรกของโรงเรียนนาฏดุริยางค์
พลีกรรมขอผงธูปในกระถางหน้าแท่นบูชากลางหาว เพื่อทำมวลสารตั้งต้นสร้างรูปเคารพพิมพ์ขนมปังขนาดเท่านิ้วหัวแม่โป้ง ด้านหน้ารูปเคารพสัญลักษณ์แทนองค์พระคเณศ ด้านหลังรูปเคารพสัญลักษณ์แทนองค์พ่อครูฤๅษี สร้างเป็นวัตถุรูปเคารพพิมพ์แรกของชีวิต
วันจันทร์ที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๙ ปีฉลู ย่ำรุ่ง พ่อจุดธูปขึ้นกลางหาว ณ สถานที่เดิม ขอเมตตาบารมีครูเทพเจ้าของศิลปะวิชา องค์พระคเณศ องค์พ่อแก่ ปู่องค์พระพิราพ ประสิทธิประสาทพร ตะกรุดอักขรวิชาหัวใจพ่อครูฤๅษีสายศิลปิน ตะกรุดอักขรวิชาหัวใจปู่องค์พระพิราพประทานพร เพิ่มอุดมมงคลสุขสมบูรณ์เพิ่มพูนลาภผลความสุขสำเร็จกับผู้เคารพเชื่อถือพลังงานเหนือโลกเหนือความคาดหมายในเมตตาบารมีของครู
มีดอกบานไม่รู้โรยลักษณะพิเศษเพื่อขอทำวิชาสารพัดใช้ได้ขลังมีอิทธิพลังไม่เสื่อมถอยจำนวนสิบดอก ” กำลังพระเสาร์ ”
สิ่งที่ตั้งใจกระทำพลีเป็นลำดับที่สามของการรำลึกถึงวันสำคัญวันนี้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๕ คือ ขอเมตตาบารมีพลีผงธูปหน้าแท่นบูชาองค์พระคเณศมาทำมวลสารสร้างวัตถุรูปเคารพสัญลักษณแทนครู ของดีเป็นมงคลของศิลปินวังหน้า

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

ชีวิตที่ผูกพัน


อาจารย์พี่ พวกเราแม้ไม่ได้เกิดในวังหน้า แต่เราทุกฅนเติบโตรับมอบประสิทธิประสาทศิลปวิชาจากที่นี่ พระอุโบสถวัดพระแก้ววังหน้าหลังนี้เป็นศูนย์ร่วมชีวิตจิตใจของพวกเราพี่น้องที่ใช้นามสกุล ” ณ นาฏศิลป “

พวกเรามั่นใจเชื่อถือ พ่อแก่ปู่องค์พระ ที่อาจารย์พี่สร้างขึ้นในพระอุโบสถวังหน้า ศูนย์รวมใจของพวกเราหลังนี้

เลือดนาฏศิลปหลายท่านที่เป็นใหญ่เป็นโตได้ดีมีหน้าที่การงานเจริญรุ่งเรือง พบความสำเร็จตามที่หวังตั้งใจ กลุ่มใหญ่ที่มาหาพ่อวันนี้เพื่อแสดงความในใจของพวกเขา

” ใจเขาใจเรา ” พ่อรับฟัง แต่ไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ พ่อชวนทุกท่านที่มาวันนี้คุยเรื่อง เพลง ระเบ็งละคร โขน ที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตวิญญาณของพวกเราน้องพี่ เท่านั้น

เมื่อบรรดาน้องๆที่มาลากลับไป พ่อคิดทบทวนหลากหลายเรื่องราว แล้วบอกตัวเองว่า น้องๆเขากำลังสะกิดต่อมความคิดของตัวพ่อ

พ่อมีความรู้สึกว่ารูปเคารพครูเทพเจ้าของศิลปวิชาที่พ่อตั้งใจสร้างเผยแพร่ทั้งหมด บรรดาพี่น้องของพ่อให้ความมั่นใจเชื่อถือศรัทธา เฉพาะ ของที่พ่อปั๊มขึ้นรูปในพระอุโบสถวัดพระแก้ววังหน้า สมโภชอธิษฐานจิตในมณฑลพิธีไหว้ครูนาฏดุริยางค์ที่จัดขึ้นในพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส ( วัดพระแก้ววังหน้า ) ภายในพระราชวังบวรสถานมงคล เท่านั้นและ…….

นั่นก็เป็นความจริง รูปเคารพสัญลักษณ์แทนครูเทพเจ้าของศิลปวิชา ทุกรุ่นทุกพิมพ์ ที่พ่อจัดสร้างให้ครูพิธีกรของหลวง มอบให้ศิษย์ที่รับการครอบจากท่านในพิธีไหว้ครูนั้น พ่อกดพิมพ์ปั๊มขึ้นรูปที่ในกลางพระอุโบสถบวรสถานสุทธาวาส อธิษฐานจิตสมโภชในมณฑลพิธีไหว้ครูนาฏดุริยางค์ที่จัดขึ้นในพระอุโบสถหลังนี้ ที่เป็นสถานเพาะบ่มศิลปวิชาให้พวกเราชาวนาฏศิลป

ไม่แปลกที่ไม่ว่าใครก็ต้องเลือกสิ่งที่เกิดจากสถานที่ที่ตนมั่นใจที่สุดเป็นเครื่องเสริมเพิ่มขวัญกำลังใจ
พิมพ์พ่อแก่ปู่องค์พระ พระประธานในพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส ( วัดพระแก้ววังหน้า ” ต้องเกิดขึ้นในผลงานพุทธพิมพ์ชิ้นเดียวกันแน่นอน

ถ้าพ่อมีอายุยืนยาวผ่านพ้นยุคที่แปด ก้าวเข้าสู่ยุคที่เก้า อารยสมัย ในปีพ. ศ. ๒๕๖๘

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

ต้นทุนชีวิตเริ่มต้นที่เงินแค่ยี่สิบห้าบาท

วันนี้มาหาสาวแม่กลอง ช่วงขากลับพบยอดกระถิน ยอดตำลึงข้างทางจึงสั่งให้รถหยุด พ่อเดินลงไปเก็บ เพื่อเตือนตนให้ระลึกถึงความหลัง

ชีวิตของครอบครัวที่บ้านไฟไหม้ แม่ผู้ทรนงพาลูกชายฅนเดียวบุกเข้าที่รกข้างทาง เก็บยอดกระถิน ยอดตำลึงมากำให้ลูกปูผ้าขายข้างถนนกำละหนึ่งสลึง

จำได้อย่างแม่นยำว่าวันนั้นยอดผักที่เก็บมาได้ทั้งหมด แบ่งเป็นกำได้จำนวนหนึ่งร้อยกำพอดี แม่ตั้งใจนำไปขายส่งให้แม่ค้าในตลาด แต่เพราะเขาให้ราคายอดผักหนึ่งร้อยกำเป็นจำนวนเงินเพียงยี่สิบบาท

แม่จึงนำผ้าปูที่พื้นถนนหน้าตลาดให้ลูกชายนั่งขาย ผลคือขายได้หมดโดยไม่ต้องใช้เวลาเนิ่นนาน ได้เงินเต็มจำนวนยี่สิบห้าบาท สมัยนั้นข้าวสารหอมสุพรรณอย่างดีกิโลละสามบาท

ความลำบากเพราะหมดตัว สร้างความเข้มแข็งให้จิตใจมีความมุมานะมุ่งมั่นพยายาม แม่สามารถปลูกบ้านไม้สองชั้น ขึ้นสองหลังติดกัน ในเนื้อที่ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่หลังตลาดบอมเบเบอร์ม่า

ทุกวันนี้ชีวิตพ่ออยู่ดีมีสุข รำคาญก็แค่เรื่องทุกข์ประจำสังขารเท่านั้น จากประสพการณ์ตรงของชีวิตที่ได้รับมาครบทุกรสนี่เอง

หล่อหลอมให้จิตใจเข้มแข็ง มองฅนที่บ่นว่าลำบากเรื่องการดำรงชีวิตอย่างไม่สะทกสะท้าน เพราะ พ่อบอกตัวเองทุกครั้งที่ได้ยินเรื่องเล่าว่า ” กูเป็นมายิ่งกว่ามึง ทำไมกูจึงมีวันนี้ได้ “

โลกนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่เปราะบาง ผู้ที่ไม่ลืมส้นตีนตน พยายามเตือนใจตนให้นึกถึงเรื่องที่ก่อนจะมามีวันดีอย่างวันนี้ให้ได้อย่างสม่ำเสมอ พ่อกล้ารับประกันว่าพบความสุขสำเร็จทุกฅน

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

รหัสก้องจักรวาล

” Transformational Moments of Epigenetic. “

คืนวันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม ปี 2021พ่อตั้งพิธีพลีกรรมรับพลังจักรวาลอธิษฐานจิต สร้างรหัสพลังงานขึ้นใช้เป็นยันต์กลยุทธของตัวเอง กับ ผู้ช่วยอีกสองฅน

คืนวันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม ปี 2021 ขึ้น1ค่ำ เดือน 8 พ่อจะตั้งพิธีพลีกรรม ยันต์กลยุทธ์ ” รหัสก้องจักรวาล ” ถวายขอเมตตาบารมีองค์พระอิศวรมหากาลไภรวะ ” พระพิราพ ” องค์พระศรีมหากาลี องค์พระศรีมหาคเณศ เพิ่มอิทธิพลังความเข้มขลัง

สำหรับมอบให้ผู้ที่เชื่อถือพลังงานทางจิต ใช้เป็นเครื่องมือเปิดรับพลังจักรวาล หนุนเสริมชาตาชีวิตตน และ บุคคลอันเป็นที่รัก

เกิดมาทั้งทีต้องสร้างสิ่งเสริมความรู้ของตน

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

เลือกไหว้เฉพาะของที่ชอบกิน


ผู้ใกล้ชิดพ่อทุกฅนทราบดีว่า ทุกเทศกาลสำคัญ พ่อเลือกจัดหาของที่พ่อชอบรับประทานเท่านั้นตั้งไหว้บรรพบุรุษ

ปัจจุบันพ่ออายุมากขึ้น ยิ่งเห็นความสำคัญกับของที่เลือกจัดไหว้ ที่เมื่อไหว้แล้วนำมาบริโภคได้สะดวก เป็ดไก่เป็นตัวเลิกจัดไหว้ หัวหมูเป็นหัวเลิกจัดไหว้ เป็นภาระ หัวหมูความอร่อยที่สุดอยู่ที่หู กระโหลกหมู กระดูกเป็ดกระดูกไก่ ใครกินได้บ้าง

ระยะหลังพ่อเลือกไหว้เป็ดย่างสั่งให้ผู้ขายสับเฉพาะเนื้อที่ดูสวยงามเท่านั้น ได้จำนวนน้อยไม่น่าดู พ่อซื้อเพิ่มจากสองเป็นสี่ตัวใสหนึ่งโตก ส่วนอื่นๆที่ไม่ใช้ให้ทางร้านค้าเก็บไว้ ไม่ต้องส่งมา เสียเวลาทิ้งเปลืองพื้นที่ในถังขยะ ซื้อเฉพาะหูหมูล้วนๆหั่นจัดเรียงใส่โตกให้ดูดีสวยงามน่ารับประทาน ขนมเข่ง ขนมเทียน ขนมที่ทำจากแป้งใส่ผงให้ขึ้นฟูเลิกซื้อไหว้ เปลี่ยนเป็นขนมหวานที่หลากรสอร่อยลิ้นเท่านั้น

อะไรที่ยุ่งยากไม่ทำเองจ้างผู้อื่นทำ ผลไม้ที่สวยเฉพาะเปลือกรสไม่อร่อยไม่ซื้อมาจัดไหว้เด็ดขาด
เคยมีผู้ถามว่า ” พ่อ ผลไม้ไหว้ปู่ต้องไหว้ทั้งเปลือกเท่านั้นใช่ไหมครับ ” พ่อตอบไปว่า ” มึงแดกเปลือกได้ก็ไหว้ทั้งเปลือกได้เหมือนกัน

ลืมตาดูกันบ้างหรือเปล่า ทุกครั้งที่นำธูปหางปักบนเครื่องสังเวย ผู้ช่วยพิธีกร เขาแกะเปลือกผลไม้ให้เห็นเนื้อในก่อนเขาจึงปักธูปหาง ” ตาอยู่ที่ส้นตีนไม่เสือกจำรายละเอียด “

เพราะรักสบายเป็นแค่ผู้อาศัยร่วมงานพิธี ไม่เคยมีน้ำใจคิดช่วยพี่วีพี่พูนจัดซื้อเครื่องบวงสรวงสังเวย
กุ้งแม่น้ำ ปูนึ่ง ที่จัดใส่โตกสวยงามน่ารับประทานดูดีมีสกุล สี่โตกนั่นน่ะราคาโตกละเกือบหนึ่งหมื่นบาท เพราะจ้างทางร้านเขาคัดเลือกเฉพาะตัวใหญ่นึ่งแลัวแกะเปลือกให้ดูสวยงามพร้อมรับประทาน
ไม่มีงานไหว้ครูครั้งใดของพ่อที่จัดขึ้นแบบสุกเอาเผากิน รายจ่ายเฉพาะค่าเครื่องสังเวย ไม่เคยต่ำกว่าหนึ่งแสนบาท ดอกไม้เครื่องหอมเทียนสีผึ้งแท้ ปี่พาทย์อีกห้าหมื่นบาท

เพราะเหตุนี้ไง พ่อจึงไม่รับเป็นพิธีกรไหว้ครูให้ผู้ที่จัดเครื่องสังเวยบูชาครู เหมือนจัดเครื่องเซ่นผีไม่มีญาติตามถนนหนทาง ตามสี่แยก บนริมฟุตปาธบาทวิถี

เรื่องเยอะแต่ไม่สูญเงินเปล่า
ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

วันครบรอบ ๔๕ ปี พ่อทำผลงานอะไร

วันอังคารที่ ๑๗ ปี ๒๐๒๑ ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๙ ปีฉลู วันที่รฤกครบรอบ ๔๕ ปี ของการจัดพิธีสมโภชเทวาภิเษกขึ้นเป็นครั้งแรกของชีวิต สิ่งที่ขาดไม่ได้ต้องคิดทำเป็นอันดับแรกคือ…

นำแผ่นต้นแบบพิมพ์ตะกั่วที่คุณครูอาคม สายาคม อธิษฐานจิตเป็นปฐมฤกษ์ให้พ่อพิมพ์แจกเพื่อนๆเมื่อ๔๕ปีที่ผ่านไป มาจัดพิมพ์ขึ้นขอเมตตาบารมีครูเทพเจ้าของศิลปวิชา ให้วีธีรพ่อหมอนำแจกผู้เชื่อถือศรัทธา

ของมงคลลำดับที่สอง พ่อทำ ” ตะกรุดอักขรวิชาหัวใจองค์พระพิราพประทานพร ” ชุดนำฤกษ์ ขนาดสามนิ้วคูณสามนิ้วขึ้น ๑๙ ดอก ขนาดหนึ่งนิ้วครึ่งคูณหนึ่งนิ้วครึ่ง จำนวน ๒๘ ดอก

ที่มาของการทำ ” ตะกรุดอักขรวิชาหัวใจองค์พระพิราพประทานพร ” เกิดขึ้นเพราะดำริของศิษย์สายหลวงพ่อวัดท่าซุง ซึ่งต่อมา ศิษย์สายลุ่มน้ำนครชัยศรีดำริให้พ่อทำ ” ตะกรุดอักขรวิชาหัวใจพ่อครูฤๅษีสายศิลปิน ” ขึ้นเพื่อให้เป็นตะกรุดคู่ กับที่ศิษย์สายหลวงพ่อวัดท่าซุงดำริคิดขึ้นก่อน

พ่อพูดเสมอว่าที่พ่อมีดีวันนี้เพราะพ่อมีบุญลาภสองประการ

๑. มีครูดี
๒. มีศิษย์ดี

ของมงคลลำดับที่สาม พ่อสร้างรูปเสือขึ้นประกอบเป็น ” วิชาเสือเสน่ห์เพื่อรักไม่พักเสน่หา ” โดยหล่อขึ้นรูปเป็นหน้ากากเสือ คาบบุรุษ เสือคาบสตรี อยู่ในผลงานชิ้นเดียวกัน หล่อด้วยเนื้อทองแดงบริสุทธิ์ พลีกรรมแช่ในน้ำมันสุคนธศาสตร์กุนหยีเสน่หาดีเด็ดเจ็ดดาว เพื่อมอบให้ผู้ที่เชื่อถือพลังงานด้านเสน่หาทุกเพศนำใช้เป็นเครื่องประดับกาย นับเป็นวันรฤกถึง ๔๕ ปี ที่พ่อนับถือพุทธศาสนานิกายมนตรยานที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับชีวิต

สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว ดีชั่วอยู่ที่ตัวกระทำ
ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ

สมคิด

 หลายท่านสงสัยว่า พ่อนับถือองค์พระอิศวรมหากาลไภรวะ " พระพิราพ " เป็นมหาเทพสูงสุด ทำไมจึงให้วีธีรพ่อหมอสั่งจองยักษ์วัดแจ้ง จะนำมาทำอะไร

ถ้าทางวัดแจ้งสร้างยักษ์ชื่อตรีเศียร พ่อไม่ให้วีธีรพ่อหมอเสียเงินโดยปราศจากประโยชน์แน่นอน

เผอิญทางวัดแจ้งเลือกสร้างอสูรพรหมนาม ” ราวณะ ” ( ราวัน ) พ่อจึงให้วีธีรสั่งซื้อมาเพื่อ ” บูชาปัญญาของตัวพ่อเอง ” ที่สามารถวิจารณ์เกียรติของรามได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนแจกแจงเหตุผลได้อย่างหนักแน่น กระทั่งถูกผู้ใหญ่ในสมัยนั้นปราม เพราะ พ่อลบล้างความเชื่อถือที่มีมาแต่เดิมอย่างสิ้นเชิง

งานศิลป์ที่ทางวัดแจ้งสร้างขึ้นชิ้นนี้ พ่อนำใช้เป็นเครื่องบูชาความเคารพ ความคิดการตัดสินใจของตน ที่เลือกศรัทธาเชื่อถือองค์พระอิศวรมหากาลไภรวะ ” พระพิราพ ” เป็นมหาเทพสูงสุดของชีวิต เหมือนราวณะ ” ราวัน ” ที่ยึดมั่นศรัทธาองค์พระศิวะพระมหาเทพ อย่างมั่นคง

” มองทุกเหตุการณ์ให้ตรงตามความเป็นจริง “
เมื่อพ่อยังเด็ก ต้นโพธิ์ใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในโรงเรื่อยแปรรูปไม้สักบอมเบเบอร์ม่า พ่อเห็นแขกนำหม้อน้ำมารดบนแผ่นหินสลักอักษรภาษาแขกที่วางอยู่ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ในเวลาเช้าตรู่ขณะรดนำลงบนแผ่นหินปากก็เปล่งออกเสียง ” ราม ราม ราม ……. “กระทั่งน้ำในหม้อที่เทินหัวมา ราดลงบนแผ่นหินนั้นหมดจึงหยุดเปล่งเสียง ” ราม “

การฝึกซ้อมการแสดงโขนที่พ่อเห็นเป็นประจำ ทำให้ความรู้สึกนึกคิดทั้งหมดของพ่อคิดว่า ” ราม ” เป็นพระเอกผู้ทรงธรรม มีความกตัญญูสูง ยอมออกไปอยู่ป่าเพื่อรักษาสัตย์ให้บิดา

เมื่อพ่ออายุสิบห้าปี ได้อ่านบ่อเกิดรามเกียรติ์ ได้ดูโขนชุดนิ้วเพชร ความเชื่อถือว่า ” ราม ” เป็นพระเอกผู้ทรงธรรม ถูกพ่อนำมาคิดทบทวนใหม่ทันที

ไม่เพียงแค่คิด พ่อขยายความคิดให้ผู้อื่นฟังอย่างกว้างขวาง ผลคือ ผู้รับฟังทั้งหมดฟังอย่างนิ่งๆ ไม่ขยายต่อ เพราะความคิดของพ่อล้ำเกินไปในยุคนั้น

เมื่อพ่อเป็นครูฝึกสอนเปิดโอกาสให้พ่อได้วิจารณ์วรรณคดีได้สมใจ เกียรติของรามที่ใครๆพากันยกย่อง กลายกลับเป็นความอัปยศขององค์นารายณ์

เมื่อพ่อได้ทำงาน มีอิสระสามารถปฏิบัติตามความคิดของตัวเองได้เต็มที่ วันหนึ่งศิษย์ที่เรียนกับพ่อมาบอกว่า " สิ่งที่ครูคิดได้เมื่ออายุ ๑๕ ปี ตอนนี้มีนักเขียนชื่อ "..... " เขียนเหมือนที่ครูให้ข้อคิดพวกหนูเลย

โลกกำลังจะก้าวเข้าสู่อารยสมัย เด็กรุ่นใหม่มีความคิดเรื่องเกียรติของราม เฉกเช่นเดียวกับพ่อมากมาย

ราวณะ ” ราวัน ” กลายเป็นยักษ์บริสุทธิ์ไร้มลทิน เพราะบาปทั้งหมดของราวณะ ” ราวัน ” ได้ก่อขึ้นนั้น เป็นไปตามที่องค์นารายณ์ต้องการให้เป็น เพื่อตนต้องการลงมาสร้างชื่อในคราบของมนุษย์

การศึกษาเป็นเครื่องเสริมปัญญาความรอบรู้ ไปพร้อมๆกับมอมเมาได้ ถ้าผู้ศึกษาปราศจากการพิจารณาทบทวนตรวจสอบ

อย่าตัดสินทุกอย่างตามที่รู้ที่เห็น ใช้ตาภายในพิจารณาให้รอบคอบถี่ถ้วนทั่วถึง

ในหนึ่งวันธรรมชาติยังจัดแบ่งเวลาให้สว่างและมืด ฝ่ายละสิบสองชั่วโมง

ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ